เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางนัดไต่สวน ในคดีหมายเลขดำที่ 757/2562 ระหว่างบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผู้ถูกฟ้องคดี คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ฟ้องว่า คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีมติไม่รับซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีบางรายการ (ข้อเสนอตัวจริงกล่องที่ 6 ข้อเสนอทางเทคนิคและแผนธุรกิจ) และตัวจริงกล่องที่ 9 (ข้อเสนอด้านราคา) ในการยื่นข้อเสนอในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ตามหนังสือที่ กพอ.ทร.182/2562 ลว.10 เมษายน 2562 โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเกินกำหนดเวลา เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
โดยบริษัท ธนโฮลดิ้ง (เครือซีพี) มีนายนพปฎล เดชอุดม รองประธานสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทน ส่วนคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มี พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทน
พล.ร.อ.โสภณกล่าวว่า “ยังอยู่ชั้นไต่สวน ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งกองทัพเรือจะออกเป็นเอกสารข่าวให้ทราบวันที่ 17 พฤษภาคม”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ร.อ.โสภณเคยกล่าวว่าคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก พร้อมเข้าให้ข้อเท็จจริง และจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาต่อศาลปกครองในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวฯ เพื่อพิจารณามูลเหตุรับคำฟ้อง กรณีกลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ส่งคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ยืนยันยึดมั่นความยุติธรรมและเสมอภาคแก่เอกชนผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกยังคงดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในการพิจารณาเอกสารข้อเสนอของเอกชน ซึ่งคาดว่าการพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายนนี้ และยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกแล้วเสร็จภายในปี 2566 ตามแผนและนโยบายของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ขณะที่ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เคยกล่าวว่า ถึงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าโครงการ 290,000 ล้านบาท จากที่กลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางขอความเป็นธรรม หลังคณะกรรมการคัดเลือกไม่รับพิจารณาเอกสาร เพราะซีพีส่งเอกสารหลังเวลา 15.00 น.ถือเป็นสิทธิของกลุ่ม ซีพีที่จะทำได้ ส่วนกระบวนการพิจารณาซองคุณสมบัติต่างๆ ยังเป็นไปตามปกติ และตอนนี้คณะกรรมการคัดเลือกยังไม่ได้ตัดสิทธิกลุ่มซีพี
“สิ่งที่ซีพีร้องต่อศาลปกครอง ไม่ใช่ให้หยุดกระบวนการพิจารณาโครงการ แต่ร้องศาลเพื่อสั่งให้คณะกรรมการคัดเลือกนำเอกสารที่ส่งมอบหลังเวลา 15.00 น.ไปพิจารณาด้วย ซึ่งประเด็นนี้คณะกรรมการคัดเลือกกับกลุ่มซีพีมีมุมมองไม่เหมือนกัน คณะกรรมการคัดเลือกมองว่าเอกสารดังกล่าวต้องยื่นภายในเวลา 15.00 น.เท่านั้น แต่กลุ่มซีพีมองว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงการส่งเอกสารเพิ่มเติมที่สามารถส่งหลังเวลาปิดรับซองได้ เพราะในวันดังกล่าวอีก 2 กลุ่มที่ยื่นซอง ก็มายื่นเอกสารเพิ่มเติมภายหลังจนแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 18.00 น.เช่นกัน” นายคณิศกล่าว
นายคณิศกล่าวอีกว่า ดังนั้น กระบวนการคัดเลือกยังดำเนินไปตามปกติ เพียงแต่ว่าการประกาศผลเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกอาจจะยังทำไม่ได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับประเด็นนี้ออกมา ซึ่งอาจจะทำให้กรอบเวลาที่คณะกรรมการอีอีซีต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 1 เดือน โดยบอร์ดอีอีซีขอให้ทางกองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลโครงการสรุปผลการคัดเลือกเอกชนให้ได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน จากเดิมที่ทางกองทัพเรือขอเลื่อนเวลาออกไปเป็นประมาณเดือนกรกฎาคม ขณะนี้กำลังพิจารณาซองที่ 1 (คุณสมบัติทั่วไป) และได้ให้ทั้ง 3 กลุ่ม ส่งเอกสารซอง 1 เพิ่มเติมกลับมาภายในวันที่ 23 พฤษภาคม ก่อนที่วันที่ 25 พฤษภาคม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการพิจารณาซองที่ 1 ต่อไป

