นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั้งประเทศมีรวม 43,386 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 53% แบ่งเป็นภาคเหนือ 12,135 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,566 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคกลาง 611 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันตก 19,077 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออก 1,162 ล้านลูกบาศก์เมตร และภาคใต้ 5,835 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายสมเกียรติ กล่าวว่าในส่วนของอ่างเก็บน้ำมีปริมาณมากกว่า 50%ของปริมาณน้ำใช้การ ได้แก่ ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ขนาดกลาง 99 แห่ง ส่วนอ่างฯ น้ำระหว่าง 30-50% ของปริมาณน้ำใช้การ ได้แก่ ขนาดใหญ่ 11 แห่ง ขนาดกลาง 119 แห่ง และอ่างฯ น้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำใช้การ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 18 แห่ง ภาคเหนือ 5 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แห่ง ภาคกลาง 3 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ขนาดกลาง 194 แห่ง ซึ่งลดลงจากเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 จำนวน 1 แห่ง
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ทางสทนช.ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือจิสด้า จัดทำแอพพลิเคชั่นบัญชีแหล่งน้ำทั้งประเทศเพื่อบริหารจัดการน้ำแล้งน้ำท่วม รวมทั้งยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการจัดเก็บข้อมูลแหล่งน้ำ และประสานกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบข้อมูลแหล่งน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีจำนวนมากและกระจายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลและแสดงผลภาพรวมแหล่งน้ำทั้งประเทศให้เห็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งจัดทำบัญชีผู้ใช้น้ำ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำแล้งน้ำท่วม และสร้างความสมดุลของน้ำทั้งประเทศ
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนมาตรการการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนนี้ ทางกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สถาบันสารสนเทศน้ำเพื่อการเกษตร(องค์การ มหาชน) ตรวจสอบสภาพอาคารชลศาสตร์ ระบบการระบายน้ำ สถานีโทรมาตร เพื่อติดตามและเฝ้าระวังภัย รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เครื่องจักร เครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ และสำรวจและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างก่อนเข้าสู่ฤดูฝนต่อไป

