หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาผู้ส่งออกฯ...

สภาผู้ส่งออกฯชี้ผลเทรดวอร์รอบใหม่ ไทยเข้าภาวะไม่สดใสชัดเจนหลังมิ.ย.

18.05.19 | 01:25 น.

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน(เทรดวอร์) ที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นนั้น ขณะนี้ยังไม่กระทบต่อภาพรวมการส่งออกไทย หรือทำให้ยอดคำสั่งซื้อลดลงมากนัก เพราะสหรัฐและจีนยังต้องรอการทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง หากจะบังคับใช้จริงคงเดือนมิถุนายนนี้ จึงคาดว่าตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคมจะไม่แตกต่างจากเดือนเมษายนมากนัก หากไทยจะได้รับผลกระทบคาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนในเดือนมิถุนายน เมื่อดูเป็นรายสินค้าที่ส่งออกไปจีน ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว แต่สำหรับสินค้าที่สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเป็น 25% จะเริ่มส่งผลเดือนมิถุนายนนี้

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ความจริงแล้วต้องเรียกว่าไทยต้องปรับตัวเข้าหาทั้งสหรัฐและจีน อย่างจีนสินค้าที่ไทยส่งออกไปและมีปัญหาอย่างจริงจังคือสินค้าที่เป็นวัตถุดิบเพื่อประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและส่งออกไปให้สหรัฐต่อ ส่วนนี้ไทยคงต้องปรับตัวไม่หวังส่งออกแค่วัตถุดิบอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดอาจจะต้องดึงจีนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย เพื่อให้กลายเป็นผลิตสินค้าทั้งหมดเป็นแบรนด์ไทยเลยจะดีกว่า เพราะถ้าย้ายประเทศในการผลิตสินค้าแล้วก็จะกลายเป็นว่าสินค้านั้นจะมีถิ่นกำเนิดที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ทำให้เปลี่ยนมาส่งออกในนามสินค้าไทยได้ โดยถึงแม้ว่าจะมีผู้ประกอบการจากประเทศไทยไปตั้งโรงงานผลิตหรือลงทุนในประเทศอื่น และมีการส่งออกสินค้าไปขายยังต่างประเทศก็ไม่สามารถที่จะมานับรวมกันกับการส่งออกของประเทศไทยว่า เป็นรายได้ของประเทศเหมือนกันได้ เพราะถือว่าเป็นการผลิตสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดแตกต่างกัน

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีสินค้าประเภทหนึ่งที่ยังค่อนข้างต้องระวังมากขึ้นคือ สินค้าในกลุ่มยานยนต์ เพราะสหรัฐยังไม่ได้มีการประกาศขึ้นภาษีในการนำเข้าสินค้ากลุ่มยานยนต์จากประเทศอื่น แต่มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นกับจีนไปแล้ว ทำให้ต้องมีการระมัดระวังกันอย่างใกล้ชิด โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐและประเทศในกลุ่มยุโรปมองว่าอาจจะได้รับผลกระทบบ้างแต่คงไม่หนักมากนัก เพราะแต่ละประเทศที่ไทยมีการค้าขายร่วมด้วยนั้น แน่นอนว่าคงต้องมีการชะลอการนำเข้าสินค้าลดลง เนื่องจากภาวะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องมาดูว่าสินค้าประเภทไหนของไทยที่อยู่ในเชิงสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะจะสามารถมีโอกาสส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น

“ไตรมาส 2 ปีนี้ไทยมีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเข้ามามากแล้ว ทำให้คาดว่าไตรมาสนี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบแตกต่างไปจากไตรมาส 1 มากนัก ส่วนสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 25% ของสหรัฐฯ อาจจะได้เห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 ทำให้ไตรมาสที่ 3 มีทิศทางที่ดูไม่ดีมากนัก หากประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงหากนับสัดส่วนการส่งออก ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐและจีนประมาณ 20% ของตลาดรวม ทำให้ต้องมีการประเมินตัวเลขอีกครั้ง เพื่อให้รู้ว่ามีโอกาสที่จะส่งออกสินไปสองตลาดนี้เพิ่มขึ้นหรือลดลง” นายวิศิษฐ์ กล่าว