เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ รร.เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เวลา 19.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในการลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค 4.0 จัดโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ดิจิทัลอีโคโนมี จำเป็นต้องลงทุนโครงการสร้างพื้นฐาน โดยแจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีนำเงินจากประมูลคลื่นความถี่ 900 รอบ 2 จำนวน 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะประมูลวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ และเงินประมูลก่อนหน้านี้ 7 หมื่นล้านบาท นำมาลงทุน 1.ด้านอินเตอร์บรอดแบนด์ให้ชุมชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ต
นายสมคิดกล่าวว่า 2.พยายามสร้างดิจิทัลพาร์ค เพื่อเป็นพื้นที่สนับสนุนเอสเอ็มอีที่มีสัดส่วน 95% ในระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งพยายามผลักดันบริษัทขนาดใหญ่ นำธุรกิจเป็นดิจิทัลอีโคโนมี ล่าสุดบริษัททำแล้วคือ บริษัท ปตท. ไทยรัฐ และมติชน รวมถึงรัฐวิสาหกิจต้องเป็นกลไกหลักลงทุนโครงการพื้นฐานอินเตอร์เน็ต เช่น บริษัท ทีโอที จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เทเลคอม ต่อจากนี้ต้องเห็นเปลี่ยนไปดิจิทัลให้ได้ นอกจากนี้ผลักดันดิจิตอลอีโคโนมีไปถึงภาคการเงิน ภาคผลิต ภาคบริการ และสังคม
“ก่อนเข้ารับตำแหน่งเห็นชีพจรเศรษฐกิจว่า แผ่วลง ตอนนั้นจีดีพี แค่ 0.8% แต่หลังจากเข้ามาบริหารได้ผลักดันไตรมาส 1/59 ขยายตัว 3.2% ซึ่งเกินความคาดหมายของสื่อและนักวิเคราะห์ ใจผมลุ้นว่าจะถึง 2.8-3% หรือไม่ แต่โชคดีมาตรการออกมาก่อนหน้านี้ ช่วง 4-5 เดือนได้เห็นผลหนุนให้จีดีพีโตกว่าเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ทั้งๆ ที่ไทยมีภาวะขมุกขมัว เศรษฐกิจโตต่ำ ราคาสินค้าเกษตรถดถอย การส่งออกต่างประเทศไม่ดีนัก แต่รัฐบาลทำงานหนัก แต่อย่างไรก็ตามคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ไตร่ตรองก็ขอให้ใคร่ครวญ เรื่องนี้คนทำงานต้องการกำลังใจ โดยรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจของผมที่ทำงานร่วมกันทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงไอทีซี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ล้วนมือสะอาดพันเปอร์เซ็นต์” นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า ไม่ได้ดีใจนักที่จีดีพีได้ 3.2% เพราะแค่การประคองไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดตามเศรษฐกิจโลกเท่านั้น และมองว่าการเติบโตไทยไม่ควรพึ่งพาส่งออก ควรพึ่งพาภายในและเร่งลงทุนอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเข้มแข็ง และการจัดงานดิจิทัลครั้งนี้ เป็นระนาดลูกที่ 2 จากระนาดลูกแรกที่จัดไทยแลนด์สตาร์ต อัพ ก่อนหน้านี้

