หน้าแรก เศรษฐกิจ เทรดวอร์พ่นพิ...

เทรดวอร์พ่นพิษ เม.ย.ส่งออกลบ2.6% มูลค่าต่ำสุดรอบ 26 เดือน

22.05.19 | 12:07 น.

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) เปิดเผยว่า เดือนเมษายน 2562 การส่งออกไทยติดลบ 2.6% มูลค่า 18,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การนำเข้าลบ 0.72% มูลค่า 20,012 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ขาดดุลการค้า 1,457 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้การส่งออก 4 เดือนแรกปี 2562 ลบ 1.86 %มูลค่า  80,543 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนการนำเข้าลบ 1.08% มูลค่า 79,994 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ยังได้ดุลการค้า 549.5 ล้านเหรีญสหรัฐฯ  สาเหตุที่ส่งออกเดือนเมษายนติดลบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีน(เทรดวอร์)ส่งผลให้สินค้าชิ้นส่วนที่เป็นห่วงโซ่การผลิตที่ส่งไปจีนและประเทศที่ผลิตป้อนจีนลดลง ส่งออกทองคำลดลงถึง50% และเดือนเมษายนวันหยุดมีจำนวนมาก

“การส่งออกที่เหลือของปีหากคงพยุงอัตราขยายตัวเป็น 0% ต้องทำให้มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 21,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการทบทวนตัวเลขอย่างเป็นทางการจะชัดเจนหลังการประชุมร่วมทูตพาณิชย์และภาคส่งออกเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางผลักดันการส่งออกระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี(สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นประธานในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้” นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า โดยวันที่ 29 พฤษภาคม กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ส่งออกหารือก่อน เพื่อรับฟังสถานการณ์และแนวทางส่งออกของภาคเอกชน รวมถึงประเด็นต่างๆที่เอกชนต้องการให้รัฐสนับสนุน ที่ขณะนี้ให้มีการตั้งวอร์รูมรับฟังปัญหาและแจ้งข้อมูลเตือนภาคส่งออกให้ทันการณ์ พร้อมกับทางสนค.อยู่ระหว่างประเมินปัจจัยลบต่อการส่งออก ทั้งสงครามการค้าสหรัฐกับจีน อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป แนวโน้มราคาน้ำมัน ค่าบาท  ขณะเดียวกันสนค.ได้จัดทำข้อมูลผลดีจากการส่งออกไปสหรัฐได้เพิ่มขึ้นแทนสหรัฐนำเข้าจากจีน เบื้องต้นมีประมาณ 1,500 รายการ วงเงินประมาณ 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ขณะที่โอกาสสินค้าไทยส่งออกไปจีนได้แทนสหรัฐ ซึ่งในส่วนนี้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐที่จีนขึ้นภาษีขาเข้าสินค้าสหรัฐฯ รวมถึงหลายประเทศเริ่มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยและเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากเทียบมูลค่าการส่งออก 18,555 ล้านเหรียญสหรัฐฯในเดือนเมษายนปีนี้ พบว่าเป็นมูลค่าต่ำสุดในรอบ 26 เดือนนับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีมูลค่า 18,437 ล้านเหรียญสหรัฐฯ