7ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลยื่นฟ้องกสทช. ให้เลื่อนชำระงวด3 ยันพร้อมปฏิบัติตามศาลชี้

27.05.16 | 14:49 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 7 ราย ประกอบด้วย บจก.จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี, บจก.บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง, บจก.ทริปเปิล วี บรอดคาสท์, บจก.จีเอ็มเอ็ม ชาแนล, บจก.ไบรท์ ทีวี, บจก.แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง และ บจก.เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น มีคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี ระงับการดำเนินการใดๆ ในการเรียกเก็บชำระค่างวดใบอนุญาตดิจิตอลทีวีงวดที่ 3 จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนถึงที่สุด ในคดีที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 7 ช่อง ยื่นฟ้อง กสทช.กับพวก เรื่องกระทำการโดยมิชอบ ละเลยต่อหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหาย กรณี กสทช.ละเลยต่อหน้าที่ตามที่แผนแม่บทกิจการวิทยุโทรทัศน์กำหนด และผิดต่อ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่ง กสทช.ไม่ได้ดำเนินการตามแผนแม่บทที่วางไว้ ทั้งเรื่องการขยายโครงข่ายสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ล่าช้า และการประชาสัมพันธ์ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้แต่ละสถานี รวมเป็นเงิน 12,550 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี


วันนี้ได้มีผู้บริหารและตัวแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 7 ช่องเข้าร่วมการไต่สวน อาทิ น.ส.จิตรลดา เฮงยศมาก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกลุ่ม บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลช่องจีเอ็มเอ็ม วัน, นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บอร์ดคาสติ้ง จำกัด และนายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ (ไทยรัฐทีวี)
ก่อนการไต่สวน

ก.7

น.ส.จิตรลดา เฮงยศมาก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกลุ่ม บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า วันนี้มาตามนัดไต่สวน ส่วนในการไต่สวนก็คงไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ ก็เป็นประเด็นเดิมที่เคยฟ้องร้องเอาไว้ เพียงแต่วันนี้ก็มาเพิ่มเติมประเด็นที่ว่าทำไมถึงได้เห็นควรให้ขอผ่อนผันในการชำระงวดที่ 3 ออกไป รวมไปถึงความเดือดร้อนและความจำเป็นหรือความเหมาะสมในการที่ต้องเลื่อนออกไป ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของท่านต่อไป
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนในคำตัดสินของศาล น.ส.จิตรลดากล่าวว่า เนื่องจากเราเป็นแค่เพียงผู้มายื่นคำร้อง ส่วนดุลพินิจในการพิจารณาก็ยังเป็นของตุลาการ ประเด็นนี้คงจะพูดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่อย่างไรถ้าศาลมีคำตัดสินออกมาทุกช่องก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง

Advertisement

เมื่อถามว่าที่ยังไม่จ่ายเงินก็ถือเป็นการสงวนสิทธิในการฟ้องร้องใช่ไหม น.ส.จิตรลดากล่าวว่า การสงวนสิทธิในการฟ้อง ทุกช่องที่ฟ้องคดีสงวนสิทธิหมด ไม่ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ส่วนเราบังเอิญอยู่ในกลุ่ม 7 ช่องที่ศาลกำหนดวันนัดไต่สวนในการพิจารณาขอคุ้มครองชั่วคราว

เมื่อถามว่าถ้าศาลมีคำสั่งให้จ่าย ในเม็ดเงินที่เราเตรียมไว้พร้อมจ่ายหรือไม่ น.ส.จิตรลดากล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อมีคำตัดสินแล้ว พวกเราผู้ประกอบการจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง

ภายหลังการไต่สวนแล้วเสร็จนานถึง 3 ชั่วโมง นายสุขสวัสดิ์ เวทไว ทนายความของ 7 ช่องผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า ศาลปกครองเรียกทั้ง 7 ช่องมาไต่สวนเรื่องการคุ้มครองขั่วคราวในคดีแค่ฝ่ายเดียว ซึ่งศาลเห็นสมควรว่าควรต้องให้มาคุยกันกับกสทช.ให้เกิดความชัดเจนวันนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ก็เข้าใจว่าศาลน่าจะเรียก กสทช. เข้ามาทำการไต่สวนและหารือร่วมกัน เพื่อให้เกิดข้อมูลที่ตรงกันก็จะได้ดำเนินการต่อไป ในส่วนของผู้ประกอบการมองว่าจะทำอย่างไรให้บริการสาธารณะเดินหน้าต่อไปได้ และการจ่ายค่างวดครั้งที่สามต้องรอความชัดเจนจากศาลก่อน

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บอร์ดคาสติ้ง จำกัดหรือ พีพีทีวี กล่าวว่าวันนี้ทุกช่องเห็นว่าต้องรอคำสั่งศาลว่าจะสั่งอย่างไร แค่ชี้แจงอยู่ 2 ประเด็นคือ1.วงจรธุรกิจมีเดีย ว่าธรรมชาติของธุรกิจทีวีเป็นอย่างไร 2.ความแตกต่างระหว่างธุรกิจทั่วไปกับธุรกิจทีวีแตกต่างกันอย่างชัดเจน และจะมีความความเสียหายกระทบเป็นวงกว้าง โดยศาลบอกว่าจะนัด กสทช.มาไต่สวนอีกครั้ง