นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวชี้แจงกรณีผู้ประกอบการส่วนมโรงเรียนอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรโควตานมโรงเรียนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นว่า ขณะนี้จำนวนนักเรียนลดลง ดังนั้นการจัดสรรนมโรงเรียนก็ต้องลดลงตามสัดส่วนนักเรียนที่ได้รับข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการลดลงด้วย แต่ไม่น่าจะลดลงมากถึงวัน110 ตันหรือเดือนละ 3,000 กว่าตันตามที่สื่อมวลชนบางแห่งกล่าวอ้าง แต่หากผู้ประกอบการรายใดเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสูตรคำนวณโควตาส่งนม/ปริมาณนมจำนวนนมที่ได้รับการจัดสรรก็อุทธรณ์คำสั่งจัดสรรโควตานมโรงเรียนดังกล่าวผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมาตามขั้นตอนของกฎหมายได้ และหากผลการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่พอใจของผู้ประกอบการนมโรงเรียน ก็ยังเหลือช่องทางขอความเป็นธรรมสุดท้ายได้อีกโดยยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้มีคำพิพากษาตัดสินชี้ขาดว่าการจัดสรรนมโรงเรียนถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ต่อไป
นายกฤษฎายืนยันว่าการคำนวณสูตรจัดสรรโควตานมโรงเรียนกระทำในนามคณะกรรมการไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้คิดสูตรคำนวณ จึงมั่นใจในความถูกต้องโปร่งใสซื่อสัตย์และสุจริต
นายกฤษฎาย้ำว่า ในปีการศึกษา 2562 จำนวนนักเรียนจากฐานข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงศึกษาที่เอามา คำนวณโควตาจัดสรรนมโรงเรียนให้มี 7,418,889 คน ส่วนปีการศึกษา 2561 มีนักเรียน 7,465,061 คน ลดลง 46,172 คน คำนวณแล้วใช้น้ำนมเพื่อผลิตนมโรงเรียนในปีนี้ 1,078.09 ตันต่อวัน ขณะที่ปีที่ผ่านมาใช้ 1,169.708 ตัน ลดลง 91.618 ตัน ดังนั้นผู้ประกอบการทุกรายจึงได้รับการจัดสรรสิทธิน้อยลงตามสัดส่วนจำนวนนักเรียนที่น้อยลงด้วย

