หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจตั้งใหม...

ธุรกิจตั้งใหม่ เม.ย.เพิ่ม 16% สัดส่วน 50% ลงทุนตามแนวรถไฟฟ้ารอบปริมณฑลและอีอีซี

22.05.19 | 13:55 น.

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนเมษายน 2562 จำนวน 5,944 ราย เทียบกับเดือนเมษายน 2561 เพิ่มขึ้น 824 ราย หรือเพิ่ม 16%  เทียบกับเดือนมีนาคม 2562 ลดลง 932 ราย หรือลดลง 14% ทุนจดทะเบียนรวม 15,000 ล้านบาท เทียบกับเดือนมีนาคม 2562 ลดลง 2,840 ล้านบาท หรือลดลง 16% และเทียบกับเดือนเมษายน 2561 ลดลง 21,362 ล้านบาท หรือลดลง  59% ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป  486 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 387 ราย และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร  163 ราย ธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม 4 เดือนแรกปี 2562  มีจำนวน 26,694 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1,525 ราย หรือเพิ่ม 6% มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่สะสมมีจำนวน 67,391 ล้านบาท ลดลง 29,802 ล้านบาท คิดเป็น 31%  ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน

นายวุฒิไกรกล่าวว่า เดือนเมษายนจำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ  มีจำนวน 985 ราย เทียบกับเดือนมีนาคม 2562 ลดลง 90 ราย คิดเป็น 8% และเทียบกับเดือนเมษายน 2561 เพิ่มขึ้น 190 ราย คิดเป็น 24% ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก   ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 106 ราย  รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 58 ราย และธุรกิจค้าสลาก 31 ราย มูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน 2562 มี 3,830 ล้านบาท เทียบกับเดือนมีนาคม 2562 เพิ่มขึ้น 828 ล้านบาท คิดเป็น 28% และเทียบกับเดือนเมษายน 2561 ลดลง 4,063 ล้านบาท คิดเป็น 51% โดย ธุรกิจเลิกสะสม 4เดือนแรก มี 4,273 ราย เพิ่มขึ้น 390 ราย คิดเป็น 10%  มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจเลิกสะสม มี 13,825 ล้านบาท ลดลง 12,585 ล้านบาท คิดเป็น 48%

 “เดือนเมษายนยอดจดตั้งบริษัทใหม่สูงขึ้น พื้นที่ที่มีสัดส่วนมากสุดในเขตปริมณฑลที่มีการลงทุนเพิ่มตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ สัดส่วนถึง 26% และการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ที่มีสัดส่วน 24% โดยแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจใหม่ปีนี้จะเติบโตไปตามการขยายตัวของจีดีพี และแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม คาด 5 เดือนแรกมียอดไม่น้อยกว่า 32,000 ราย“

นายวุฒิไกร กล่าวว่า การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือนเมษายน ได้การอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจ 38 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 18 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 20 ราย มีเม็ดเงินลงทุน 9,891 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 12 ราย เงินลงทุนกว่า 2,197 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 5 ราย เงินลงทุน 825 ล้านบาท และจีน 4 ราย เงินลงทุน 342 ล้านบาท โดยเทียบเดือนเมษายนจำนวนลดลง 17 ราย หรือ 31% ขณะที่เงินลงทุนลดลง 907 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 8%