รายงานข่าวจากกรมชลประทาน (ชป.) ระบุว่า แผนการจัดสรรน้ำตลอดช่วงฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 31 ตุลาคม 2562 ของทั้งประเทศ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และแหล่งน้ำอื่นๆ รวม 31,008.35 ล้าน ลูกบาศก์เมตร เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักชลสิทธิ์มีแผนจัดสรรน้ำรวม 10,037.03 ล้านลูกบาศก์เมตร
ในรายงานระบุอีกว่า สำหรับผลการจัดสรรน้ำตลอดช่วงฤดูฝน ในปัจจุบัน ทั้งประเทศจัดสรรน้ำไปแล้วรวม 2,648 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 9% ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้วรวม 1,057 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 10% ของแผนจัดสรรน้ำ
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ จำนวน 447 แห่ง ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 40,283 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 16,364 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 31% ของความจุอ่าง รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 35,785 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ ในส่วนของปริมาณน้ำในอ่างฯ รายภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 11,412 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 44% ของความจุอ่างฯ รวมกันเป็นน้ำใช้การได้ 4,568 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 24% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 14,413 ล้านลูกบาศก์เมตร, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 3,365 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 32% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 1,576 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 18% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 7,001 ล้านลูกบาศก์เมตร
รายงานจากกรมชลประทาน ระบุอีกว่า ภาคกลาง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 341 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 19% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 257 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 15% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 1,447 ล้านลูกบาศก์เมตร, ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 18,747 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 5,461 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 41% ของความจุอ่างฯ รวมกันสามารถรับน้ำได้อีก 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
รายงานจากกรมชลประทาน ระบุต่อว่า ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันทั้งสิ้น 832 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 34% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 680 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 29% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 1,647 ล้านลูกบาศก์เมตร และภาคใต้ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 5,586 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 63% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 3,823 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 54% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 3,277 ล้านลูกบาศก์เมตร

