นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 150,242 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.47% จากทั้งการผลิตเพื่อส่งออกที่ผลิตได้ 75,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.82% ส่งผลให้ 4 เดือนของปีนี้ (มกราคม-เมษายน 2562) ผลิตได้ 711,729 คัน เพิ่มขึ้น 5.52% สอดคล้องกับยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายนมีจำนวน 86,076 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.7% เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ความต้องการของผู้บริโภคที่ยังคงเพิ่มขึ้น มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังมีต่อเนื่อง นโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรจากภาครัฐ รวมถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังคงขยายตัว ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ 4 เดือนอยู่ที่ 349,625 คัน เพิ่มขึ้น 10.5%
นายสุรพงษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยอดส่งออกเดือนเมษายนมีจำนวน 67,114 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.52% ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน โดยการส่งออกลดลงทุกตลาด ยกเว้นตลาดออสเตรเลียกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกของปีนี้ และตลาดตะวันออกกลางเติบโตขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 35,545.33 ล้านบาท ลดลง 3.02% ทำให้ยอดส่งออกรถยนต์ 4 เดือนอยู่ที่ 366,955 คัน
“การส่งออกรถยนต์ไทยไปยุโรปลดลงตั้งแต่ปี 2561 เพราะไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) รถยนต์ ถ้าสหรัฐมีการพิจารณาปรับขึ้นภาษีรถยนต์อีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ของไทยทั้งปี จึงต้องติดตามมาตรการตอบโต้ในสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบกับหลายประเทศทั่วโลก และในระยะต่อไปจะส่งผลกระทบมากแค่ไหนเป็นเรื่องที่น่ากังวล รวมถึงผลกระทบต่อการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย ซึ่งขณะนี้ภาคเอกชนพยายามมองหาลู่ทางขยายการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังตลาดอื่นๆ ให้มากขึ้น”นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ยังคงตั้งเป้าหมายยอดส่งออกรถยนต์ปีนี้ไว้ที่ 1.1 ล้านคัน เท่ากับเป้าหมายของปีก่อน ซึ่งสุดท้ายในปีที่ผ่านมาสามารถส่งออกรถยนต์ได้จริง 1.14 ล้านคัน

