หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดกทพ.เผยห...

บอร์ดกทพ.เผยหมดหน้าที่เจรจาระงับข้อพิพาทกับบีอีเอ็ม ด้านสหภาพฯค้าน (มีคลิป)

23.05.19 | 19:03 น.

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (บอร์ด กทพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด กทพ.วันที่ 23 พฤษภาคม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาร่างสัญญาการระงับปัญหาข้อพิพาทกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท เงื่อนไขสำคัญคือการขยายอายุสัมปทานออกไปอีก 30 ปี จากเดิม 37 ปี นับจากวันสิ้นสุดในแต่ละสัญญาใน 3 สัญญา โดยให้ กทพ.ไปทบทวนข้อตกลงทั้งหมดว่าใช่หรือไม่ รวมถึงดูถ้อยคำให้เหมาะสมและสรุปเสนอที่ประชุมบอร์ด กทพ.รับรองอีกครั้งในการประชุมบอร์ดวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ก่อนส่งเรื่องไปให้อัยการเพื่อตรวจสอบ

นายสุรงค์กล่าวว่า ในส่วนของบอร์ด กทพ.ถือว่าทำหน้าที่จบแล้ว จากนี้กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป อย่างไรก็ตามร่างสัญญาดังกล่าวเป็นไปตามมติของบอร์ดที่เห็นว่าดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแล้วว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ สำหรับประเด็นข้อห่วงใยของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) เรื่องการลงบัญชีนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้และไม่มีเจ้าหนี้จึงไม่ต้องลงบัญชี โดยจะขอคำยืนยันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ชัดเจนในเรื่องนี้

นายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ในตำแหน่งรักษาผู้ว่าการ กทพ.กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาโครงการก่อสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน) สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันตกนั้น ที่ประชุมขอให้คณะกรรมการคัดเลือกโครงการไปชี้แจงกับผู้ร้องเรียนให้เรียบร้อย และสรุปให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาในวันที่ 4 มิถุนายน และคาดประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคาได้ หากหลังจากนั้นมีการร้องเรียนจะอุทธรณ์ภายใน 7 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมบอร์ด สร.กทพ.กว่า 200 คน ได้ออกมาคัดค้านและขอให้พิจารณาร่างสัญญาระงับปัญหาข้อพิพาท มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม ดำเนินงานให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ โปร่งใส โดยระหว่างนั้นรักษาการ นายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดินในตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการ กทพ. ได้มีการพูดคุยกับกลุ่ม สร.กทพ.เจรจาและจะนำข้อคัดค้านเสนอต่อที่ประชุมต่อไป ซึ่งเรื่องที่ สร.กทพ.ทำการคัดค้านคือประเด็นการลงบัญชี กรณีมีการบันทึกบัญชีทำให้ กทพ.เสียหาย จากการต่อขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ เบื้องต้นการขยายระยะเวลาสัมปทานให้กับบีอีเอ็ม และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ออกไปอีกสัญญาละ 30 ปี ทำให้ กทพ.ต้องแบ่งรายได้ให้กับเอกชนประมาณ 3 แสนล้านบาท และเอกชนเป็นเจ้าของทางพิเศษรวม 60 ปี และเมื่อสิ้นสุดสัมปทานจะเหลืออายุของทางด่วนเพียง 15 ปี โดย กทพ.จะต้องทำลายและก่อสร้างทางพิเศษใหม่ ซึ่งอาจไม่มีเงินลงทุนเพราะตลอดอายุโครงการได้แบ่งรายได้ให้กับเอกชนมาโดยตลอด จึงอยากให้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ให้รอบคอบอีกครั้ง

Advertisement