หน้าแรก เศรษฐกิจ คลุกวงหุ้น : ...

คลุกวงหุ้น : “โกลเบล็ก”เผยสงครามการค้ากดดันตลาดต่อเนื่อง แนะนักลงทุนชะลอการลงทุนในระยะสั้น (ชมคลิป)

27.05.19 | 09:04 น.

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ปัจจัยต่างประเทศที่ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ที่สหรัฐได้พิจารณาที่จะนำบริษัทจีนเข้าในบัญชีดำของสหรัฐเพิ่มเติม เพื่อสั่งห้ามไม่ให้ผู้จัดจำหน่ายของสหรัฐทำธุรกิจระหว่างกัน หลังจากที่ยืดเวลาในการนำหัวเว่ยขึ้นบัญชีดำออกไปอีก 90 วัน รวมถึงยังเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรของสหรัฐสั่งแบนสินค้าของหัวเว่ย โดยอ้างถึงความเสี่ยงต่อความมั่นคงท่ามกลางความพยายามที่จะทำให้ประเทศพันธมิตรงดใช้สินค้าของหัวเว่ย โดยพานาโซนิคได้ร่วมประกาศระงับการทำธุรกิจกับหัวเว่ย ขณะที่บริษัทอื่นๆ ในกลุ่มก็เริ่มทยอยระงับการทำธุรกิจกับหัวเว่ยด้วยเช่นกัน

“ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบร่วงลงเยอะมาก เพราะเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามการค้า ที่ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการผลิตกำลังการผลิตสินค้า ซึ่งก็จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพื่อผลิตสินค้าลดน้อยลง ซึ่งราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ลดลงเหลือ 57 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ทำให้ส่งผลแง่ลบในเชิงจิตวิทยากับหุ้นกลุ่มพลังงานได้”นางสาววิลาสินีกล่าว

นางสาววิลาสินีกล่าวว่า สำหรับปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องของการเมืองที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน ซึ่งจะเห็นความคืบหน้าของการเตรียมฟอร์มรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งถึงแม้จะเป็นรัฐบาลที่ได้เสียงมากหรือน้อยก็เชื่อว่าจะต้องมีรัฐบาลได้ตามกำหนดอย่างแน่นอน โดยเรื่องที่ต้องจับตามองเป็นเรื่องของค่าเงินบาท เนื่องจากสหรัฐจะมีการพิจารณาประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่าเกินความจริง อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมณี สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศไทย เพราะมีผลต่อการแข่งขันกับสหรัฐ ซึ่งหากพบว่าประเทศใดมีค่าเงินอ่อนค่าผิดปกติ อาจจะทำให้สหรัฐหันมาออกกฎที่เอื้อประโยชน์ให้สหรัฐแต่เสียประโยชน์กับประเทศนั้นๆได้ ซึ่งถือเป็นการทำสงครามการค้าในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

“การปรับเพิ่มน้ำหนักของดัชนี MSCI (บริษัทจัดทำมาตรฐานในการวัดผลตอบแทนการลงทุน) ซึ่งจะมีผลในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และคาดว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทยเพราะเชื่อว่าจะมีหุ้นหลายตัวได้เข้าไปอยู่ในดัชนี MSCI เพิ่มเติม โดยแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ ระยะสั้นให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูให้มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนระยะกลางและระยะยาวให้ปรับลดพอร์ต เพื่อทยอยเก็บหุ้นใหญ่เข้าคำนวณในดัชนี MSCI ซึ่งถือเป็นปัจจัยดีปัจจัยเดียวที่เห็นในขณะนี้”นางสาววิลาสินีกล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ติดตามได้ในรายการคลุกวงหุ้นเลยค่ะ!

Advertisement