ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะตลาดหุ้นไทย ช่วงเช้าของวันที่ 27 พฤษภาคม เปิดตลาดระดับ 1,614.12 จุด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอด โดยเวลาประมาณ 11.30 น. หุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 1,620.23 จุด ปรับขึ้นบวก 6.11 จุด หรือ 0.38% จากวันทำการก่อนหน้านี้ โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,622.14 จุด ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,614.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 15,531.38 ล้านบาท
รายงานจากบริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุว่า ตลอดทั้งวันตลาดหุ้นไทยน่าจะเป็นบวกต่อเนื่อง ปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านระดับ 1,620 จุด ปัจจัยจากตอบรับข่าวเชิงบวกเรื่องการเมืองในประเทศหลังได้ตัวประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากการประเมินคะแนนเสียงโหวตที่เฉือนชนะกันระหว่าง 2-23 คะแนน ทำให้โอกาสการตั้งรัฐบาลใหม่จะเป็น Normal transition (ฝั่งรัฐบาลชนะฝ่ายค้านไม่ถึง 30 เสียง) มากกว่าซึ่งเป็นกรณีพื้นฐาน (base case) ที่คาดการณ์ไว้
ในรายงานระบุอีกว่า ทำให้มองว่าหุ้นจะฟื้นตัวได้ในกรอบการเคลื่อนไว้ที่ระดับ 1,680-1,750 จุด เพราะรัฐบาลใหม่อาจจะไม่มีเสถียรภาพมากนัก โดยแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการบริโภค และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ การที่ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ ทำให้ไทยมีโอกาสในการเจรจาการค้า (เอฟทีเอ) กับต่างชาติ อาทิ ยุโรป อเมริกา เพื่อลดแรงกดดันจากมาตรการกีดกันการค้าและบริการ (มาตรฐานการบิน ICAO) ซึ่งจะเป็นบวกกับบริษัทของไทยที่ทำธุรกิจกับต่างประเทศ
ในรายงานระบุอีกว่า สำหรับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ประธานาธิบดีสหรัฐได้เปิดเผยว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะจบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดเริ่มผ่อนคลาย มองว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,620 จุด ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ (DowJones) ปรับตัวเป็นบวกเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ต้องติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ดัชนี PMI) ของเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งภาคการผลิตของจีนจะรายงานออกมาในวันศุกร์นี้ หากมีแนวโน้มอ่อนแอลงเหมือนทางฝั่งของสหรัฐที่รายงานไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าจะนำไปสู่การเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายมีความแข็งกร้าวลดลง

