นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้าสู่ปีที่ 4 เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีสินค้ากว่า 70 ชนิดสินค้า จำนวน 5,518 แปลง พื้นที่ 5,542,805 ไร่ เกษตรกรกว่า 334,969 ครัวเรือน ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในการผลิตสินค้าแปลงใหญ่กว่า 22,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการร่วมกัน โดยภาครัฐทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลให้เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตอย่างมีแบบแผน ซึ่งปัจจุบันทุกสินค้าในโครงการมีตลาดรองรับทุกชนิด
นายสำราญกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้มีการเชื่อมโยงกับ การค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์น เทรด) อาทิ เทสโก้ โลตัส และท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น โดยเฉพาะผลไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่สำคัญ นอกจากขายตลาดในประเทศแล้ว ปัจจุบันยังมีผลไม้อีกหลายชนิดเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อาทิ สับปะรดผลสด, มะพร้าวน้ำหอม และมะขามหวาน เป็นต้น ซึ่งผลไม้เหล่านี้ล้วนเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูง เหมาะแก่การส่งออก โดยกรมจะส่งเสริมเรื่องของคุณภาพ เพื่อที่จะพัฒนาไปยังผลไม้ประเภทอื่นต่อไป
นายสำราญกล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียน นั้น เป็นความต้องการของกรมฯที่เห็นถึงความสำเร็จของสมาพันธ์ชาวสวนมะม่วง ที่ชาวสวนเป็นผู้ดูแลผบผลิตเอง โดยกรมมีหน้าที่จัดสรรที่ดินและเป็นพี่เลี้ยงในการจัดหาตลาดให้ ซึ่งผลที่ได้คือคุณภาพสินค้าได้มาตรฐาน มีผลผลิตตลอดทั้งปี และเพียงพอต่อการส่งออก จึงอยากให้ชาวสวนทุเรียน ลองใช้วิธีเดียวกัน เพื่อป้องกันเรื่องทุเรียนอ่อน และทุเรียนไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ หากสามารถทำให้ทุเรียนออกผลตลอดทั้งปี จะทำให้เกิดรายได้จากการส่งออกเป็นอย่างมหาศาล

