หน้าแรก เศรษฐกิจ ดัชนีเชื่อมั่...

ดัชนีเชื่อมั่นต่ำสุดรอบ16ด. ม.หอการค้าแนะรบ.ใหม่กระตุ้นศก.ครึ่งปีหลังไม่งั้นจีดีพีอาจโตต่ำ 3% (มีคลิป)

28.05.19 | 13:26 น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนเมษายน 2562 ว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการ ผู้นำภาคธุรกิจหอการค้าไทยทั่วประเทศจำนวน 375 ตัวอย่าง โดยสำรวจเมื่อวันที่ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2562 พบว่าดัชนีในเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงกว่า 50 โดยปรับตัวลดลงอยู่ที่ 47.8 จุด ปัจจุบันอยู่ที่ 46 จุด และอนาคตอยู่ที่ 49.6 จุด หรือต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ทั้งนี้ในส่วนของปัจจัยลบ อาทิ การคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศของสภาพัฒน์ ที่คาดว่าทั้งปีจะลดลงเหลือเพียง 3%, ความกังวลในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่เสร็จสิ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นน้อยลง, ความกังวลในเรื่องของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และปัญหาการส่งออกติดลบ จากเดือนมีนาคมที่ติดลบสูงถึง 4.88% แต่ยังอยู่ในระดับเกินดุลการค้า เป็นต้น ส่วนปัจจัยบวก อาทิ ราคาสินค้าเกษตร บางประเภทมีการปรับตัวสูงขึ้น และค่าเงินบาทมีการอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกันเดือนมีนาคมที่ 31.79 บาท เป็นต้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดี แต่มีภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการเป็นภาคที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกภาคเดียวที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเกิน 50 จุด ซึ่งมีผลมาจากภาคการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเรื่องการลงทุนก่อสร้างโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นต้น

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ปี 2562 หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถจัดตั้งได้เร็วๆนี้ ต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้โตถึง 4% หากทำได้ทางศูนย์พยากรณ์ฯ เชื่อว่าเศรษฐกิจจะโตอยู่ที่ 3.5% แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ คาดว่าจีดีพี อาจเติบโตไม่ถึง 3% และส่งผลให้ภาคการส่งออกตลอดทั้งปี 2562 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1.5% ซึ่งในเรื่องของการส่งออกมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องสงครามการค้าฯ จึงต้องติดตามการประชุมของทั้ง 2 ประเทศ ในเดือนมิถุนายนนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามรัฐจะต้องดำเนินการแก้ปัญหา อาทิ กำหนดทางนโยบาย และแนวทางปฎิบัติของประเทศให้มีเสถียรภาพ, สร้างความเชื่อมั่นที่ดีของภาคประชาชน และนักลงทุนต่างประเทศ และผลักดันให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยผู้ประกอบการคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งของประเทศให้มากขึ้น เป็นต้น