เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เห็นชอบให้กิจการร่วมค้า เอ แอล จี (ประเทศไทย) เป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ที่ลาดกระบัง หรือ ไอซีดี ลาดกระบัง หลังจากที่กิจการร่วมค้า เอ แอล จี (ประเทศไทย)ยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ตามประกาศเชิญชวนผู้ยื่นข้อเสนอร่วมลงทุน โครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุนเป็นผู้ประกอบการไอซีดี ที่ลาดกระบัง ระยะเวลาสัมปทาน 20 ปี นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาร่วมลงทุน ตามที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 และร.ฟ.ท.เสนอ

รายข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจากพื้นที่ 607,344 ตารางเมตร แบ่งเป็นปีที่ 1 – 5 เท่ากับ 67 บาท/ตร.ม./เดือน, ปีที่ 6 – 10 เท่ากับ 71 บาท/ตร.ม./เดือน, ปีที่ 11 – 15 เท่ากับ 74 บาท/ตร.ม./เดือน และ ปีที่ 16 – 20 เท่ากับ 78 บาท/ตร.ม./เดือน

ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า เอ แอล จี (ประเทศไทย) ได้จัดทำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐ ผู้ใช้บริการ และ สังคม โดยเสนองบลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาทในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณตู้สินค้า ส่งเสริมการใช้การขนส่งทางราง และแก้ไขปัญหาจราจร โดยกำหนดอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าอัตราประกาศของการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) ได้แก่ ค่าบริการยกขนตู้ ค่าบริการบรรจุและแยกสินค้า เป็นต้น และมีการรับประกันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นเกินจากอัตราประกาศของกทท.ตลอดอายุสัญญา ขณะที่ ร.ฟ.ท.จะมีรายได้จากการจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่ตามระเบียบ โดยมีการปรับขึ้นค่าเช่าทุก ๆ 5 ปี

