“เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเฟด”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในด้านอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงแรก ท่ามกลางถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งสะท้อนโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในการประชุมเฟดรอบใกล้ๆ นี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทสามารถฟื้นตัวกลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายจากนักลงทุนเพื่อปรับโพสิชั่น ก่อนถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดในช่วงคืนวันศุกร์
สำหรับในวันศุกร์ (27 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (19 พ.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (30 พ.ค.-3 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.50-35.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศ อาจอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. และข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ของไทย ขณะที่ ประเด็นสำคัญสำหรับตลาดการเงินทั่วโลกยังเป็นสัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนพ.ค. ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE price index) ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้าง การค้าระหว่างประเทศเดือนเม.ย. และดัชนีราคาบ้านเดือนมี.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ค. ของประเทศชั้นนำอื่นๆ รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก หลังการประชุมของกลุ่มโอเปกด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเฟดลง โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,412.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.93% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 20.04% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 36,855.19 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 528.71 จุด เพิ่มขึ้น 1.43% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลว่าอิหร่านอาจจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือขอ งสัปดาห์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงบางส่วน ท่ามกลางข้อมุลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี ขณะที่ปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง หนุนการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ การบรรลุข้อตกลงในการให้เงินช่วยเหลือกรีซก็เป็นอีกปัจจัยหนุนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (30 พ.ค.- 3 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,400 และ1,385 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,420 และ 1,430 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟด และข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลภาคการผลิต (ISM Manufacturing) และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ คงได้แก่ ข้อมูล PMI ของจีน

