จีซีเท1.02แสนล้านลงทุนปิโตรเคมีในพื้นที่อีอีซี คาดผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 63 ดันรายได้บริษัทโต 1 พันล้านเหรียญต่อปี ปลื้มร่วมทุนญี่ปุ่น
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ว่า ปี 2562 บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ตามแผนระยะยาวขับเคลื่อนโครงการลงทุนในพื้นที่อีอีซี 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration (ORP) เป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนในแนฟทา แครกเกอร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่บริษัทฯ มีอยู่แล้ว ขณะนี้ก่อสร้างคืบหน้า 51% คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า 2.โครงการผลิตโพรพิลีนออกไซด์ (พีโอ) เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตโพลีออลส์ ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 56 % คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนพฤษภาคม 2563 มูลค่าโครงการประมาณ 32,000 ล้านบาท และ3.โครงการโพลีออลส์ ดำเนินการผลิตโพลีเอเทอร์โพลีออลส์ ก่อสร้างคืบหน้า 60% คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 ทั้งสองโครงการมีมูลค่าโครงการประมาณ 34,000 ล้านบาท
“บริษัทได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีทันสมัยจากสองผู้ร่วมทุนจากประเทศญี่ปุ่นทำให้บริษัทสามารถมีมาตรฐานการผลิตแบบญี่ปุ่นแต่ทำโดยฝีมือคนไทย ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 102,000 ล้านบาท โดยทุกโครงการจะเสร็จใน 2563 และจะทำให้รายได้ของบริษัทในปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2561 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี และคาดว่าจะอยู่ในจุดคุ้มทุนที่ประมาณ 3-5 ปีข้างหน้า แล้วแต่ช่วงเวลานั้น ๆ ว่าตลาดมีแนวโน้นเป็นอย่างไร”นายสุพัฒนพงษ์กล่าว
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์จากโพลีออลส์ สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สมรรถนะสูง ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง , กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็คทรอนิกส์ , กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ , กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในครัวเรือน , กลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า , และกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ) ทั้งนี้จะเน้นจะส่งออกในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศอินเดีย

