หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.รับลูก”บิ๊...

พณ.รับลูก”บิ๊กตู่”เตรียมรับมือสงครามค้า ตั้งวอร์รูม-ดัน4 แนวทางหลักพยุงส่งออก (มีคลิป)

29.05.19 | 17:06 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 60 คน ว่า จากสถานการณ์และแนวโน้มสงครามการค้าสหรัฐกับจีน(เทรดวอร์) ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจการค้าโลก รวมถึงประเทศไทย ตอนนี้ทวีความเข้มข้น และมีแนวโน้มยืดเยื้อ ดูจากตัวเลขผลกระทบทั้งหมดต่อการส่งออกไทยตั้งแต่ปี 2561ถึง 4 เดือนแรกปี 2562 ในกลุ่มสินค้าสหรัฐใช้มาตรการต่อจีน กระทบส่งออกไทยลดลง 630 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 0.19% เทียบในช่วงเดียวกัน และตัวเลขส่งออก 4 เดือนแรกที่ติดลบ 1.9%

“เห็นแล้วว่าสงครามการค้าอาจยืดเยื้อ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หาแนวทางรับมือ จึงได้เชิญภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ ซึ่งประเด็นหารือได้นำสถานการณ์ที่ส่งออกไทยได้รับผลกระทบ และผลดีต่อส่งออกไทย ทั้งหมดได้ข้อสรุปว่า พอมีแนวทางรับมือและขับเคลื่อน โดยเสนอตั้งวอร์รูม ในรูปแบบการตั้งคณะทำงาน ที่ไม่ใช่แบบราชการ แต่เป็นคณะทำงานที่มีความรวดเร็ว โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญภาครัฐและเอกชนมาร่วมทำทำงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ต่างๆ ระดมความคิดหามาตรการรับมือ นำไปสู่การออกมาตรการที่ชัดเจนและรวดเร็ว “ นางสาวชุติมา กล่าว

นางสาวชุติมา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังหารือแนวทางรับมือระยะสั้น ระยะกลางและระยะสั้น โดยระยะสั้น เพิ่มความถี่ในการรุกตลาดกลุ่มที่มีโอกาสและกลุ่มสินค้าที่ดีขึ้น  ออกมาตรการป้องกัน ทั้งมาตรการปกป้องจากการนำเข้า(เซฟการ์ด) มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(ซีวีดี) เพื่อไม่ให้เกิดการสวมสิทธ์ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด  ส่วนแนวทางรับมือระยะกลางและยาว คือ การเร่งเจรจาเอฟทีเอ การทบทวนปรับโครงสร้างทั้งสินค้า การลงทุนและภาษี ให้ทันสมัยและลดการเสียเปรียบกับต่างประเทศ โดยทั้งหมดนี้จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ(กนศ.)ในวันที่ 11 มิถุนายน ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นางสาวชุติมา กล่าวว่า จากข้อมูลผลกระทบจากสงครามการค้าพบว่า แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามค้าแต่ยังขยายตัวได้ดี (Excllence) ได้แก่ เคมีภัณฑ์ รองเท้าและเครื่องแต่งกาย อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม และยาสูบ  2. กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ขยายตัวได้ในปี 2561 แต่หดตัว 4 เดือนแรกปี2562 (Watch List) ได้แก่ สิ่งทอ-เสื้อผ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์ ของแล่นและอุปกรณ์กีฬา เยื้อไม้และกระดาษ เหล็ก แร่โลหะ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร พลาสติกและยาง ยานพาหนะและส่วนระกอบ สัวต์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และ3. กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่หดตัวในปี 2561 แต่ขยายตัวใน  4เดือนแรกปี2562(Rising Star) ได้แก่ อุปกรณ์ทางทัศนศาสตร์(เลนส์) การแพทย์ นาฬิกา

นางสาวชุติมา กล่าวว่า  ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกที่ลดลง 630 ล้านเหรียญสหรัฐ แยกเป็นผลกระทบทางตรง ไทยเสียมูลค่าส่งออก 32.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  หรือลบ 6.7%  ผลกระทบทางอ้อมจากการที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน ไทยเสียมูลค่าส่งออก 1,337 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลบ 8%  และผลทางอ้อมจากการมีโอกาสส่งออกเพิ่มในตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่า 738.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บวก 6.3%

Advertisement

“ในส่วนของการทบทวนตัวเลขคาดการณ์ส่งออกปี 2562 ยังไม่ได้ข้อสรุปและอยู่ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หารือภาคเอกชนและทูตพาณิชย์ ซึ่งจะชัดเจนต้องหลังหารือนายสมคิด จาคุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมารับฟังและมอบนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ “นางสาวชุติมา กล่าว