เมื่อวันที่31 พฤษภาคม นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนโดยในคืนที่ผ่านมานักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจึงเลือกที่จะถือสินทรัพย์ปลอดภัย(เซฟเฮฟเว่นแอสเสท) อย่างพันธบัตร(บอนด์) หรือทองคำควบคู่ไปกับการถือสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ10ปีปรับตัวลดลง8bps สู่ระดับ2.18% ส่วนราคาทองคำปรับตัวขึ้นราว1.0% แตะระดับ1,288 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์พร้อมกันกับดัชนีหุ้นS&P500 ของสหรัฐฯที่ปิดบวก0.21%
นายจิติพล กล่าวว่า ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน ล่าสุดรายงานสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ลดลงเพียง 3 แสนบาร์เรล กดดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลงกว่า3.5% สู่ระดับ65.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่2 ของอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกในปีนี้ที่ระดับ3.1% ต่ำกว่าระดับ3.2% ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่1 จากการปรับลดคาดการณ์การลงทุนภาคเอกชนลงสอดคล้องกับผลกำไรของบริษัทเอกชนที่ลดลง2.8% จากไตรมาสก่อนหน้านอกจากนี้ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก(Initial Jobless Claims) ยังเพิ่มขึ้น3 พันรายจากสัปดาห์ก่อนหน้าสู่ระดับ2.15 แสนราย
“ในส่วนของค่าเงินบาทการซื้อขายในประเทศเริ่มเงียบลงเนื่องจากเป็นช่วงก่อนหยุดยาวแต่วันนี้อาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้น หลังจากที่สหรัฐส่งสัญญาณที่จะเก็บภาษีกับสินค้าของเม็กซิโกเพิ่มจากระดับ5% เป็น10% ในวันที่1 กรกฎาคมจากปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมายและอาจปรับขึ้นเป็น25% ในช่วงปลายปีนี้ถ้าเม็กซิโกไม่ออกนโยบายเพื่อแก้ไขปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เม็กซิกันเปโซ(MXN) อ่อนค่าทันที 2.1% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จึงต้องจับตาว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะกระทบมุมมองการลงทุนและส่งผลกระทบอย่างไรกับตลาดเอเชียซึ่งถ้านักลงทุนปิดรับความเสี่ยงก็อาจมีเงินลงทุนที่ย้ายมาหลบในสกุลเงินฝั่งเอเชียเช่นเงินบาทได้ คาดกรอบค่าเงินบาทวันนี้31.75 – 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ” นายจิติพลกล่าว

