ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมกับกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ลงนามในบันทึกความร่วมมือการส่งเสริมความร่วมมือการออม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกเข้าถึงข้อมูล และบริการของกองทุนการออมแห่งชาติมากขึ้น และในฐานะที่ กคช.เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติที่เป็นลูกค้าเช่า/เช่าซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของ กคช.ด้วยการมอบส่วนลดอัตราค่าเช่า/เช่าซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของกคช. 5% สำหรับโครงการที่เข้าร่วม 337 โครงการ และผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จะต้องเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ และต้องออมเงินสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมถึงต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การทำสัญญาเช่า/เช่าซื้อของ กคช.
ดร.ธัชพลกล่าวว่า นอกจากนี้ กคช.ยังร่วมกับกอช. ดำเนินกิจกรรมที่สอดรับกับแผนการสร้างวินัยทางการออมและการวางแผนทางการเงินขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนที่อยู่อาศัยของ กคช. โดยจัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตร “เกษียณสุขสร้างเองได้” กับกองทุน กอช. ในรูปแบบ Train the Trainer ให้กับผู้แทนฝ่ายบริหารงานชุมชน 1-4 ของ กคช. ให้เป็นผู้นำที่มีจิตมุ่งมั่นในการถ่ายทอดความรู้และสิทธิประโยชน์ในการออมเงิน ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ได้รับความรู้แล้วสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างเหมาะสม โดยกำหนดรูปแบบการสร้างเครือข่ายหัวหน้าทีม มุ่งเน้นให้วางแผนทางการเงิน การออมเงิน การเป็นหนี้อย่างเป็นสุข อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการการเงินให้มีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้ขยายผลเพื่อพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สังคม ชุมชน ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการ กอช. กล่าวว่า กอช. ขอเชิญชวนสมาชิกที่อาศัยอยู่ในโครงการของ กคช. ที่ยังไม่ได้รับสวัสดิการบำนาญจากรัฐบาลในการออมเงินกับ กอช. ไว้ใช้หลังอายุ 60 ปี โดยสามารถสมัครสมาชิก และรับสิทธิประโยชน์เพิ่มอีก 4 ต่อ ดังนี้ ต่อที่ 1 ได้รับเงินสมทบในแต่ละปีตามช่วงอายุของสมาชิก ได้แก่ ช่วงอายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 600 บาท ช่วงอายุ 30 – 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 960 บาท และช่วงอายุ 50 – 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออมแต่ละครั้ง โดยรวมกันทั้งปีไม่เกิน 1,200 บาท ต่อที่ 2 ผลประโยชน์ของเงินสะสม และเงินสมทบที่นำไปลงทุน ต่อที่ 3 ลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนเงินออมสะสม และต่อที่ 4 สิทธิประโยชน์ส่วนลดสำหรับค่าเช่า/ค่าเช่าซื้อตามสัญญารายเดือนในโครงการของการเคหะแห่งชาติ โดยผู้ที่จะสมัครสมาชิก กอช. มีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปี เป็นแรงงานนอกระบบ ที่ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, มาตรา 39, มาตรา 40 ทางเลือก 2, มาตรา 40 ทางเลือก 3, ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อาทิ นักเรียน นิสิตและนักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า ชาวไร่ชาวนา ผู้ขับรถรับจ้างทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันหลังเกษียณ เมื่ออายุ 60 ปี เป็นรายเดือนและสร้างความมั่นคงทางการเงินในชีวิต
“กอช. มีช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกและผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “กอช” เพื่อสมัครสมาชิก ดูข้อมูลบัญชีเงินออม และใช้ตรวจสอบสิทธิการสมัครสมาชิกได้ที่ www.nsf.or.th หรือที่ธนาคารของรัฐบาลทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส เทสโก้โลตัส ตู้บุญเติม ทั่วประเทศ รวมทั้งสำนักงานคลังจังหวัด สถาบันการเงินชุมชน และเครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนเงินออม โทร. 02-049-9000″ นางสาวจารุลักษณ์กล่าว

