นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สทนช.ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนปีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงแนวทาง เงื่อนไข การแจ้งเตือน โดยเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานด้านน้ำของประเทศร่วมกัน และกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนตามระดับความรุนแรง และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
นายสมเกียรติกล่าวว่า ระดับภัยจะเป็นเกณฑ์กำหนดการทำงานของศูนย์ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ศูนย์ปฏิบัติการ ได้แก่ 1.ระดับที่ 1 สีเขียว เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน ศูนย์อำนวยการน้ำของ สทนช.จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสาน ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านน้ำ เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ประจำวัน 2.ระดับที่ 2-3 หรือสีเหลือง เมื่อมีพายุก่อตัวและคาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทย คิดเป็นปริมาณฝนสะสม 3 วัน มากกว่า 200 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำในลำน้ำมากกว่า 60% ของความจุลำน้ำ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมากกว่า 60% หรือสูงกว่าเส้นควบคุมบน ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤตจะเริ่มปฏิบัติงานทันทีในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้
นายสมเกียรติกล่าวว่า และ 3.ระดับ 4 สีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด มีสถานการณ์รุนแรงในระดับประเทศ มีผลกระทบในวงกว้าง จะยกระดับเป็นศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยทุกหน่วยงานรายงานข้อมูลต่อ สทนช.ทุก 3 ชั่วโมง และในพื้นที่วิกฤตรายงานทุกชั่วโมง การประชุมวันละ 3 ครั้ง เวลา 08.00 น. เวลา 14.00 น. และ เวลา 20.00 น. โดยข้อมูลดังกล่าวจะส่งต่อไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนต่อไป
อย่างไรก็ตาม สทนช.ได้ขอให้มีการส่งตัวแทนเจ้าหน้าที่จากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประจำการที่ศูนย์ โดยมีนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการ สทนช. เป็นประธานศูนย์ฯ เพื่อเชื่อมต่อการทำงานของทุกหน่วยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยอาศัยความร่วมมือบูรณาการจากทุกหน่วย ทั้งการเชื่อมโยงฐานข้อมูล การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นจากปีที่ผ่านมา
“สทนช.ได้เร่งหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยในการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต และศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เพื่อเตรียมรับมือจัดการกับทั้งมวลน้ำ และมวลชน ในภาวะวิกฤตเพิ่มเติมจากศูนย์อำนวยการน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำประจำวัน โดยการเริ่มปฏิบัติงานของแต่ละศูนย์ฯ จะอยู่ภายใต้เกณฑ์สถานการณ์เพื่อการจัดการออกเป็น 4 ระดับข้างต้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติในการป้องกัน เฝ้าระวัง และลดความเสียหายทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน” นายสมเกียรติกล่าว
นายสมเกียรติกล่าวว่า นอกจากนี้ สทนช.ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพิ่มประสิทธิภาพกลไก 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านป้องกันและลดผลกระทบ ในการจัดสรรน้ำตามเกณฑ์อย่างเหมาะสมในภาวะปกติ 2.ด้านเตรียมความพร้อม การกำหนดเขตภาวะน้ำแล้งล่วงหน้า 3.ด้านรับมือ/เผชิญเหตุ การประกาศเขตภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรงและบรรเทาภาวะน้ำแล้ง และ 4.ด้านฟื้นฟูเยียวยา รวบรวมข้อมูลความเสียหายพื้นที่วิกฤตน้ำ วางแผนการป้องกันและแก้ไขระยะยาว นอกจากนี้ สทนช.ได้จัดงานการเตรียมความพร้อมจัดการน้ำหลากปี 2562 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน รับทราบถึงมาตรการเตรียมการต่างๆ ให้ตรงกัน ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

