หน้าแรก เศรษฐกิจ สศอ.ชี้ครึ่งป...

สศอ.ชี้ครึ่งปีหลังอุตฯไทยเผชิญปัจจัยกดดันเพียบ

3.06.19 | 22:16 น.

สศอ.ชี้ครึ่งปีหลังอุตฯไทยเผชิญปัจจัยกดดันเพียบ ต้องปรับตัวด่วน จับตา”เอลนีโญ-ลาณีญา”กระตุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า-เกษตรอาหารแปรรูป

แหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ครึ่งหลังของปี 2562 ถือว่าท้าทายภาคอุตสาหกรรมไทยไม่น้อย เพราะต้องเผชิญปัจจัยกดดันเพิ่มขึ้น อาทิ สงครามการค้าของสหรัฐ และการตอบโต้ของประเทศที่ได้รับผลกระทบ มาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่มักเกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรและอาหารบ่อยครั้ง ที่อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งปัจจัยจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา ที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของปริมาณน้ำฝนทั่วโลก ก่อให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้งทั่วโลก จะส่งผลต่อการวางแผนการผลิตและการบริหารจัดการตลอดสายการผลิต กระทบภาคอุตสาหกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยวิกฤตต่างๆอาจไม่ใช่สัญญาณเชิงลบเพียงด้านเดียว หากภาคอุตสาหกรรมปรับแผนการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม พัฒนาสินค้าสอดคล้องกับทิศทางกระแสตลาดโลก ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เสมอ และอาจนำมาซึ่งการเชื่อมโยงทางการค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่หลากหลายในอนาคต

แหล่งข่าวกล่าวว่า สศอ.พบว่า จากภาวะภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา โดยจากการศึกษาสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วงเกิดสภาวะเอลนีโญ และลานีญาที่ผ่านมา พบว่าสินค้าที่สภาวะอากาศเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ วัฏจักรเศรษฐกิจ แบ่งได้ 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 ไทยประสบภาวะลานีญา และกรณีที่ 2 ไทยประสบภาวะเอลนีโญ

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีที่ 1 ไทยประสบภาวะลานีญา สินค้าที่มีโอกาสทางการค้าในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรจะได้รับผลบวก ได้แก่ น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่ได้รับผลบวก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เช่น อุปกรณืเครื่องปรับอากาศ เครื่องพักกระแสไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม

ส่วนกรณีที่ 2 ไทยประสบภาวะเอลนีโญ เกิดภาวะแล้งระดับปานกลาง และจากปี 2561 ไทยฝนตกชุกเอื้อให้สินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก สินค้าอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงวัตถุดิบเกษตรในการผลิตขั้นต้นได้รับผลบวกจากระดับราคาต้นทุนที่ลดลง ประกอบกับอิทธิพลของคลื่นความร้อนที่มักแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำให้สินค้าอุปโภค บริโภคที่ผ่อนคลายความร้อน อาทิ เครื่องทำความเย็น ส่วนประกอบในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตตาม

Advertisement

“สิ้นปีนี้สศอ.จะประเมินสถานการณ์ของภาคอุตสาหกรรมไทยอีกครั้ง หลังจากล่าสุดปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สศอ.ได้ปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมเหลือ 1.5-2.5% จากเดิม 2.0-2.5% และปรับลดคาดการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เหลือ 1.5-2.5% จากเดิม 2.0-2.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว และผลจากสงครามการค้า”แหล่งข่าวกล่าว