หน้าแรก เศรษฐกิจ คาดผลผลิตอ้อย...

คาดผลผลิตอ้อยฤดูหีบใหม่เหลือ 119 ล้านตัน เหตุราคาน้ำตาลโลกตกต่ำชาวไร่หันปลูกพืชอื่นแทนแถมเผชิญภัยแล้ง

4.06.19 | 08:36 น.
แฟ้มภาพ

กก.อ้อยประเมินผลผลิตอ้อยฤดูหีบใหม่เหลือ 119 ล้านตัน เหตุราคาน้ำตาลโลกตกต่ำชาวไร่หันปลูกพืชอื่นแทน-แถมเผชิญภัยแล้ง ราคาอ้อยขั้นต้นส่อแววไม่ถึง 700 บาทต่อตัน ขณะที่รง.เร่งหาโกดังรับสต็อกน้ำตาลเพิ่มหลังราคาโลกดิ่งระบายส่งออกยาก

นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายฤดูผลิตใหม่(ฤดูการผลิต 2562/63) ว่า เมื่อเร็วๆนี้คณะกรรมการอ้อย(กอ.)ได้ทำการประเมินผลผลิตอ้อยในฤดูหีบใหม่ที่จะเปิดหีบในปลายปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 119 ล้านตันอ้อย ลดลงจากฤดหีบปี 2561/62 ที่ได้ปิดหีบไปแล้ว ซึ่งมีผลผลิตอ้อยเข้าป้อนโรงงาน 55 แห่งรวมทั้งสิ้น 130.97 ล้านตันอ้อย ผลิตน้ำตาลได้ประมาณ 14 ล้านตัน โดยปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตลดลงน่าจะมาจากราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกยังคงตกต่ำต่อเนื่อง จนสะท้อนไปยังราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลใหม่ปี 2562/63 ที่มีแนวโน้มจะต่ำกว่า 700 บาทต่อตันส่งผลให้เกษตรกรไม่มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม และบางส่วนลดพื้นที่ไปปลูกพืชอื่นที่ราคาดีกว่า ประกอบกับบางพื้นที่เผชิญกับภาวะภัยแล้ง

“ผลผลิตน้ำตาลปี 2561/62 ใกล้เคียงปีก่อน เพราะอ้อยที่เกษตรกรปลูกมีค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 12.64 ซี.ซี.เอส. ส่งผลให้อ้อย 1 ตันที่เข้าหีบสามารถผลิตน้ำตาลออกมาได้ 111.33 กิโลกรัม (กก.) และโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดี แต่มองว่าฤดูใหม่แนวโน้มราคาอ้อยตกต่ำ ทำให้ภาพรวมผลผลิตคาดว่าจะลด แต่ตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตอ้อยจะต้องนำหารือในคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน อีกครั้ง”นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า สำหรับราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลก ล่าสุดเฉลี่ยเหลือเพียง 11-12 เซนต์ต่อปอนด์ ถือว่ายังเป็นอัตราที่ต่ำ เนื่องจากผลผลิตอินเดียและไทยสูงขึ้น ขณะเดียวกันต้องติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดเพราะล่าสุดลดลงต่อเนื่อง อาจทำให้บราซิลที่นำอ้อยไปผลิตเอทานอลอาจกลับมาผลิตน้ำตาลเพิ่มจะยิ่งกดดันราคาตลาดโลกให้ลดลงได้อีก ซึ่งผลพวงที่ราคาน้ำตาลโลกตกต่ำทำให้โรงงานน้ำตาลทรายในประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถส่งออก เพราะเผชิญ 2 ปัจจัย คือ 1.ราคาต่ำทำให้ยังไม่ต้องการส่งออก 2. ลูกค้าเห็นว่าราคาต่ำหาซื้อที่ไหนก็ง่ายเลยยังไม่สั่งนำเข้า ด้วยเหตุนี้ทำให้โรงงานหลายแห่งต้องเร่งหาพื้นที่จัดเก็บ(โกดัง)รองรับสต็อกใหม่ เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนก็จะต้องเริ่มเปิดหีบใหม่แล้ว

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า น้ำตาลทรายตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในภาวะล้นสต็อก นอกจากมาจากปัจจัยหลักคือผลผลิตของโลกเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากภาวะสงครามการค้าสหรัฐและจีนทำให้การบริโภคน้ำตาลของโลกที่ปกติแล้วเฉลี่ยจะต้องมีอัตราการเติบโต 2% ต่อปี แต่จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่องทำให้ระยะหลังนี้การบริโภคน้ำตาลของโลกจะโตเฉลี่ยเพียง 1.4% ต่อปีเท่านั้น

Advertisement