กก.เอสอีเอรับผลศึกษานิด้าตอบคำถามโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพาควรมีหรือไม่สรุปรายงานไม่ทันพ.ค.ติดรายละเอียดมาก-ช่วงเลือกตั้งเตรียมหารือขยายกรอบศึกษา
น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอส)สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ที่ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) รับเป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ50 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงานกกพ.) ว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่าอาจจะต้องเลื่อนกรอบระยะเวลาศึกษาออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ 9 เดือนหลังจากลงนามเดือนมกราคม2562 หรือศึกษาเสร็จภายในกันยายนนี้ เพราะเงื่อนไขสำคัญของสัญญาจ้างระยะ 5 เดือนแรกหรือภายในพฤษภาคมจะต้องสรุปว่าในโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่และเทพา จ.สงขลาควรมีหรือไม่ แต่ล่าสุดไม่สามารถสรุปการศึกษาได้ทัน
“การศึกษาระยะ 5 เดือนแรกกำหนดต้องลงไปรับฟังความเห็นใน 4 พื้นที่ ได้แก่ที่จังหวัดสงขลา กระบี่ สุราษฏร์ธานี และชุมพร ช่วงมีนาคม แต่ตรงกับช่วงเลือกตั้ง และเมษายนติดวันหยุดยาว ทำให้สรุปไม่ทัน ดังนั้นกรอบศึกษา 9 เดือนครอบคลุม 15 จังหวัดภาคใต้อาจต้องเลื่อนออกไปด้วย เร็วๆนี้คณะกรรมการฯคงต้องมาสรุปร่วมกับนิด้าอีกครั้ง หากเลื่อนทางนิด้าจะต้องหารือกับสำนักงานกกพ.เพื่อชี้แจงเหตุผลและขยายสัญญาต่อไป”น.ส.นันธิกากล่าว
นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานร่วเอสอีเอ กล่าวว่า การศึกษามีรายละเอียดมาก ซึ่งทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าหากสรุปไม่เคลียร์ก็ไม่ควรจะเร่งรัด จึงมีแนวโน้มจะเลื่อนการศึกษาออกแต่จะมากน้อยเพียงใดก็คงต้องรอสรุปร่วมกัน ส่วนการเมืองแม้จะเปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่เกี่ยวกันเพราะเป็นผลการศึกษาที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
นายพณวรรธน์ พงศ์ประยูร ประธานกลุ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเทพา ซึ่งสนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ กล่าวว่า ไม่อยากคาดหวังอะไรกับนโยบายของภาครัฐเพราะหากตั้งธงแล้วไม่เอาก็คือไม่เอา เพราะที่ผ่านมามีการศึกษามามาก เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ แม้จะมีรัฐบาลใหม่ก็ไม่คาดหวัง เพราะเห็นอยู่ว่าการเมืองขณะนี้เป็นเช่นไร
นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กล่าวว่า หากเลื่อนการศึกษาออกไปเล็กน้อยคงไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะสาระสำคัญคือ ต้องสรุปความเห็นนั้นเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ทางเครือข่ายต้องการเห็นรายงานก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่พิจารณา โดยที่ผ่านมาเครือข่ายได้เข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็นที่มีการเปิดไปแล้ว 4 เวทีคือสงขลา กระบี่ สุราษฎ์ธานีและชุมพร คาดว่าจะมีการเปิดอีก 1-2 ครั้ง

