หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินเฟ้อพฤษภา...

เงินเฟ้อพฤษภาคม พุ่งสูง1.15% ตามราคาผักสด-เนื้อสัตว์ปรับตัวเพิ่ม

4.06.19 | 13:24 น.
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนพฤษภาคม 2562 เท่ากับ 103.31 เพิ่มขึ้น 0.48% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 และเพิ่มขึ้น 1.15% เทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2561 เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.23% ส่วนเงินเฟ้อรวม 5 เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น 0.92%

 

“ราคาสินค้าที่นำมาคำนวณอัตราเงินเฟ้อรวม 422 รายการ มีสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึง 233 รายการ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2562 ปรับเพิ่มสูงขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.83% โดยสินค้าสำคัญที่มีการปรับราคาสูงขึ้นคือ ผักสดที่ปรับเพิ่มขึ้น 29.34% เนื้อหมูสดปรับเพิ่มขึ้น 9.99% รวมทั้งข้าวที่มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นพอสมควร ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ผักสดมีผลผลิตน้อย จึงปรับราคาพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับที่มีฝนเริ่มตกบางช่วง ทำให้พืชผักโตช้าและเน่าเสียง่าย รวมทั้งการปรับอัตราค่ารถโดยสารสาธารณะ ทั้งขสมก.และบขส. รวมทั้งรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 5.63%”นางสาวพิมพ์ชนกกล่าว

 

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงคือ สินค้ากลุ่มพลังงานที่กลับมาหดตัวอีกครั้ง โดยลดลง 0.49% ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลงถึง 4 ครั้งในเดือนนี้ ทำให้มีปัจจัยที่ดึงขึ้นและดึงลง จึงถือว่าเป็นการขยายตัวที่สอดคล้องกันกับดัชนีราคาผู้ผลิต สำหรับดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ชะลอตัวจากเดือนเมษายน 2562 ที่ 0.7% ลดลงมาอยู่ที่ 0.3% จากการลดลงของราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นสำคัญ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับลดลงเล็กน้อยจากระดับ 51.3 ในเดือนเมษายน 2562 มาอยู่ที่ระดับ 51.2 ในเดือนพฤษภาคม 2562 ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงความเชื่อมั่นที่สูงกว่าเกณฑ์ในระดับ 50 แต่เนื่องจากรายได้ของเกษตรกรหดตัว รวมทั้งมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีจากการนำเข้า จึงสะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายของประชาชนในเดือนนี้ชะลอตัว

Advertisement

 

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังนี้ สนค.ประเมินว่า กระทรวงพาณิชย์คงจะรอดูตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายน 2562 ก่อนที่จะพิจารณาปรับค่ากลางของเงินเฟ้อทั้งปี 2562 ใหม่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นจากค่ากลางเดิมที่ตั้งไว้ 1.2% ส่วนจะถึง 1.5% หรือไม่นั้นต้องรอดูตัวเลขของเดือนมิถุนายนก่อน และประเมินตัวเลขทั้ง 6 เดือนด้วยกัน แต่กรอบเงินเฟ้อในภาพรวมทั้งปีนี้ ยังคาดว่าจะอยู่ในระดับเดิมที่ 0.7-1.7%

 

“สาเหตุที่อาจจะต้องปรับค่ากลางเงินเฟ้อของปีนี้ เพราะฐานในปี 2561 ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรในปีที่ผ่านมา มีราคาที่ต่ำกว่าปีนี้มาก ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการที่มีฝนตกต่อเนื่องนาน แต่ปีนี้มีแนวโน้มว่าราคาผักผลไม้สดจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก เพราะมีแนวโน้มเป็นช่วงขาลง หากไม่มีเหตุการณ์อะไรเข้ามากระทบจนทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ก็เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงน่าจะไม่ส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อมากนัก”นางสาวพิมพ์ชนกกล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน