หน้าแรก เศรษฐกิจ เอสซีจีเทงบ3พ...

เอสซีจีเทงบ3พันล.หนุนสตาร์ตอัพ เสริมขีดการแข่งขันให้องค์กร

4.06.19 | 23:00 น.

เอสซีจีเผยเทงบ 3 พันล้านบาทพัฒนาสตาร์ตอัพ เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เล็งปีนี้ร่วมมือเพิ่มอีก 4-6 ราย หลังสำเร็จแล้ว 13 ราย พร้อมลุยโครงการพัฒนาดิจิทัลสตาร์ตอัพ เปิดโอกาสหน้าใหม่เข้ามาโกยวิชา

นายจาชชัว แพส SCG Corporate Innovation Director และกรรมการผู้จัดการ AddVentures ในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรโดยเน้นการพัฒนาและสร้างความร่วมมือกับสตาร์ตอัพ ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อให้เอสซีจีสามารถสร้างโซลูชั่นสินค้าและบริการให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้ ซึ่งในระยเวลา 5 ปี(2560-65) บริษัทได้ลงงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท

นายจาชชัวกล่าวว่า ที่ผ่านมา 2 ปี เอสซีจีมีความคืบหน้าในการร่วมมือกับสตาร์ตอัพ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในสตาร์ตอัพ และการลงทุนตรงในสตาร์ตอัพ ที่มีแนวทางสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตของเอสซีจี รวมทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งเป็นการลงทุนผ่านกองทุน 2 รายและการลงทุนตรง 11 ราย ขณะเดียวกัน ยังสร้างความร่วมมือแบบธุรกิจร่วมทุนกับสตาร์ตอัพ ที่อยู่ในระดับเติบโตเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ให้เอสซีจี หรือต่อยอดไปใช้ในภูมิภาคอื่นอีกด้วยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาและทดลองตลาดทั้งสิ้น 6 ราย

นายจาชชัวกล่าวว่า ขณะที่ทิศทางการพัฒนาต่อในปี 62-63 นี้ จะรุกสร้างเครือข่ายกับ ทั่วโลก ทำการลงทุนผ่านกองทุนและสตาร์ทอัพ ในภูมิภาคใหม่ๆเช่นจีน อิสราเอล สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีลักษณะของตลาดที่น่าสนใจต่างไปโดยในปีนี้คาดว่าจะมีการลงทุนในสตาร์ทอัพ เพิ่มอีกประมาณ 4-6 ราย

นายจาชชัวกล่าวว่า ขณะเดียวกันยังดำเนินโครงการพัฒนาสตาร์ตอัพภายใน “HATCH-WALK-FLY” ที่แบ่งระยะการพัฒนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระยะฟักไข่ ระยะเดินและระยะบิน ขยายฐานลูกค้าเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และปัจจุบันมีสตาร์ตอัพซึ่งเป็นพนักงานเอสซีจีผ่านเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วมากกว่า 50 ทีมโดยปัจจุบันอยู่ในระยะเดิน 7 ทีมระยะ 4 ทีม โดยหลังจากนี้จะเริ่มขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้มากขึ้นต่อไป

Advertisement

“เราเน้นการพัฒนาสตาร์ตอัพใหม่ ๆ ให้เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น นอกจากการสนับสนุนเรื่องเงินทุนแล้วยังได้เติมเต็มส่วนอื่นๆเพื่อช่วยให้สตาร์ตอัพได้เติมเต็มส่วนอื่น ๆ ต่อยอดการสร้างธุรกิจได้เร็วขึ้นและเพิ่มโอกาสความสำเร็จโดยสนับสนุนการ พัฒนาแอปพลิเคชั่นและการดำเนินการทางบัญชีและกฎหมายอีกด้วย”นายจาชชัวกล่าว