นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยว่า กรณีโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ารักษาพยาบาลและค่ายาแพงเกินจริง ทำให้มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังกรมการค้าภายใน (คน.) นั้น ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่งมีทั้งหมด 2 กรณีคือ การร้องเรียนการเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย ซึ่งถูกคิดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 3 หมื่นบาท และการร้องเรียนเรื่องราคายาแพงเกินจริง โดยหลังจากที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการค้ากำไรเกินควรจริง มีความผิดตามมาตรา 29 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ที่ตำรวจ และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาโทษของตำรวจ
“ในส่วนคน.ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ตำรวจนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีแล้ว เบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลเอกชนทำผิด 1 ราย ซึ่งไม่สามารถบอกชื่อโรงพยาบาลได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี แต่เป็นโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯแน่นอน เชื่อว่ากรณีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี และทำให้โรงพยาบาลเอกชนรายอื่นไม่กล้าทำผิดซ้ำรอยเดิม เพราะนอกจากจะถูกตรวจสอบแล้วยังจะถูกแจ้งความดำเนินคดีได้อีกด้วย รวมถึงขณะนี้ยังไม่มีมาตรการที่จะนำเอาโรงพยาบาลทั้งเอกชนและรัฐที่ทำความผิด หรือถูกผู้บริโภคร้องเรียนขึ้นบัญชีดำ แต่จะหาทางป้องกันด้วยวิธีอื่นแทน” นายประโยชน์กล่าว
นายประโยชน์ กล่าวว่า สำหรับกรณีค่ารักษาพยาบาลอาการท้องเสีย คน.ได้พิจารณาจากข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลเอกชนส่งมาแล้วพบว่า เป็นการรักษาที่มีราคาสูงเกินกว่าความจำเป็น และมีการคิดราคามากเกินความเหมาะสม ส่วนกรณีค่ายา เมื่อเปรียบเทียบกับราคาในบัญชียาที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (UCEP) พบว่า มีการคิดราคาสูงเกินจริงมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ต้องส่งดำเนินคดี ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ เบื้องต้นต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนให้เรียบร้อยก่อน จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะทันหรือไม่ แต่จะพยายามเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด

