ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1,620.22 จุด ปิดตลาดบ่ายที่ระดับ 1,631.75 จุด จากนั้นเคลื่อนไหวในแดนบวกก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,637.69 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 17.47 จุด หรือ 1.08 % โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,640.54 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,622.99 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 65,213.26 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 1,767.62 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 381.33 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 5,826.05 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 4,439.76 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นวันนี้เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยปิดตลาด 17 จุดกว่า ซึ่งบวกขึ้นมาได้ดีกว่าตลาดภูมิภาค ถือว่าสวนทางกับตลาดภูมิภาคที่ติดลบเกือบหมดด้วย โดยปัจจัยที่มีผลสนับสนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น มองว่ามาจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากการเมืองไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ภายในวันพรุ่งนี้ (5 มิถุนายน 2562) ทำให้การเมืองไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งการที่การเมืองไทยเริ่มมีความชัดเจนออกมามากขึ้น ก็ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยและบรรยากาศการลงทุนของนักลงทุน เพราะตลาดจะชอบความชัดเจนเป็นพิเศษ
“ต้องบอกว่าเดือนนี้เป็นเดือนของความคาดหวัง เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการเห็นหน้าตาของรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรี รวมถึงนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป ทำให้ปัจจัยที่จะส่งผลบวกกับตลาดหุ้นไทยน่าจะเป็นปัจจัยในประเทศเป็นหลัก เพราะปัจจัยภายนอกส่วนใหญ่ยังเป็นปัจจัยลบ ที่มีโอกาสส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นได้”นายวิจิตรกล่าว
นายวิจิตร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ยังคงมีโอกาสที่จะเข้ามากระทบและทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนได้ แต่ในช่วงต้นเดือนนี้แนะนำให้นักลงทุนเล่นกับปัจจัยในประเทศ ที่ดันตลาดหุ้นขึ้นได้ ซึ่งมองว่าแนวรับที่สำคัญอยู่ในระดับ 1,620 จุด หากยังไม่หลุดไปจากระดับนี้ ก็ยังสามารถเกร็งกำไรได้อยู่ ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ระดับ 1,655 จุด โดยแนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่คาดหวังว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 จะออกมาดี อาทิ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


