กรณี ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศหลักเกณฑ์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ในกิจการโทรคมนาคม โดยจัดสรรแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต ขนาดใบอนุญาตละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ราคา 17,584 ล้านบาท โดยเอกชนที่มีความสนใจ ต้องเข้ายื่นเอกสารและวางเงินประกันการจัดสรรภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2562
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ได้กำหนดให้คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G แต่ปัจจุบันยังไม่มีการผลิตอุปกรณ์และเครื่องลูกข่ายขึ้นมารองรับ ประกอบกับการนำมาจัดสรรโดยแบ่งขนาดใบอนุญาตละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ไม่ใช่คลื่นความถี่ผืนใหญ่ที่เหมาะกับการพัฒนา 5G ซึ่งอาจมีผลต่อความสนใจของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ขณะที่คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 3500 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่ที่โอเปอเรเตอร์ในหลายประเทศให้ความสนใจและมีความพร้อมมากกว่า จึงน่าเป็นห่วงการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ว่า จะไม่ได้รับความสนใจและการตอบรับเท่าที่ควร ซึ่งอาจทำให้การจัดสรรได้ไม่หมด และด้วยศักยภาพของคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ หากไม่ได้รับการจัดสรรครบ 3 ใบอนุญาต กสทช.อาจจะเก็บไว้ก่อน จนเมื่อคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์มีการผลิตอุปกรณ์ และมีเครื่องลูกข่ายพร้อมรองรับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ อาจจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
“ยังมองในแง่ดีที่โอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย น่าจะใหความสำคัญกับการขยายระยะเวลาในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้โอเปอเรเตอร์ยอมเข้าร่วมจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์นี้”นายสืบศักดิ์กล่าว

