นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ติดตามความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง–บางแค และเตาปูน–ท่าพระ ณ สถานีสนามไชย ว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายฯระยะทางรวม 27 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งติดตั้งระบบรถไฟฟ้า ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค ที่คืบหน้ากว่า 89.73% จึงให้ความมั่นใจกับผู้โดยสารว่าจะเปิดให้บริการทดลองเดินรถเสมือนจริงครั้งแรกให้ประชาชนใช้บริการฟรีวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นวันสำคัญพิเศษสำหรับคนไทย และจะสิ้นสุดการรอคอยที่จะเห็นรถไฟฟ้าวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นเมื่อได้รับคำยืนยันเรื่องความปลอดภัยแล้ว คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนกันยายน 2562
นายไพรินทร์ กล่าวว่า สำหรับส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน–ท่าพระ การติดตั้งระบบรถไฟฟ้าคืบหน้า 68.69% จะเปิดทดลองเดินรถเสมือนจริงที่ให้ประชาชนใช้บริการฟรีในวันที่ 1 มกราคม 2563 ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งจะเห็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิ่งครบเป็นวงกลม และเมื่อรวมส่วนต่อขยายทั้ง 2 ส่วนจะทำให้มีความยาวรวม 48 กิโลเมตร และมีทั้งหมด 38 สถานี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะมีความสำคัญมากเพราะวิ่งเป็นวงกลม ซึ่งจะช่วยลดความแออัดช่วงเช้าเย็นบริเวณสถานีสยามสแควร์และสถานีสุขุมวิท และเมื่อสายสีน้ำเงินเปิดเดินรถครบจะส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพิ่มขึ้นด้วย เพราะสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่อื่นได้สะดวกขึ้น คาดว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3.6 แสนคนต่อวัน เป็น 8 แสนคนต่อวัน เมื่อเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครบทั้งระบบ
นายไพรินทร์ กล่าวถึงกรณีกระแสวิจารณ์ว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าของไทยแพงมากกว่าประเทศสิงโปร์และเสนอลดลง 5-10 บาทนั้น เรื่องนี้มอบให้กรมการขนส่งทางรางไปศึกษารายละเอียด เบื้องต้นมองว่าเป็นอัตราที่เหมาะสม ยุติธรรม สะดวกปลอดภัยและรวดเร็ว โดยการใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะจ่ายค่าโดยสารตลอด 2 สายในราคา 70 บาท หากขึ้นสายเดียวอยู่ที่ 42 บาท ส่วน รฟม.ควรจัดโปรโมชั่นสำหรับตั๋วเดือนในราคาถูกเช่นเดียวกันต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้บริการประจำ หากใช้บริการนานๆครั้งขอความกรุณาจ่ายตามอัตราปกติ
นายไพรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนการจัดหาขบวนรถไฟฟ้า บริษัทผู้ผลิตจะขนส่งรถไฟฟ้า 4 ขบวนใหม่ (3 ตู้ต่อขบวน)มาถึงไทยภายในสัปดาห์นี้ และจะทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนกรกฎาคม2562จะมีขบวนรถเพิ่มเป็น10 ขบวน เดือนกันยายน 2562 จะมีขบวนรถเพิ่มเป็น 16 ขบวน และเดือนมีนาคม2563 จะมีขบวนรถครบทั้งหมด 35 ขบวน
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม กล่าวว่า เป้าหมายรายได้ปีนี้เชื่อว่าจะขยายตัวมากกว่าปีก่อน เพราะปีนี้จะมีโครงการรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเพิ่มเติม คือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค เชื่อว่าจะเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดการเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายเฉลิมรัชมงคลเพิ่มขึ้น
“เมื่อเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ไม่ว่าจะเปิดฝั่งไหน คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะเพิ่มการเดินทางให้ประชาชน และขยายระบบรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมมากขึ้น เบื้องต้นประเมินว่าเมื่อเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปัจจุบัน มีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนต่อวัน ส่วนสายสีม่วงจะเพิ่มมากกว่า 6 หมื่นคนต่อวัน ” นายสมบัติ กล่าว
ทั้งนี้ การเปิดส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าระบบนานขึ้น จากปัจจุบันผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าจะเดินทางเฉลี่ยคนละ 3-4 สถานี มีอัตราค่าโดยสารประมาณ 24 บาทต่อคน จะเพิ่มขึ้นเป็นเดินทางเฉลี่ยคนละ 6-7 สถานี เพิ่มอัตราค่าโดยสารเป็น 30 บาทต่อคน ซึ่งจะทำให้รถไฟฟ้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น
นายสมบัติ กล่าวว่า บีอีเอ็มมีเป้าหมายที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบรถไฟฟ้าที่ทางบีอีเอ็มมีความถนัดอยู่แล้ว ส่วนความคืบหน้าของธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟฟ้าต่าง ๆ บีอีเอ็มพร้อมจะพัฒนาส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขณะที่พื้นที่เชิงพาณิชย์สายสีม่วง ยังไม่มีความคืบหน้า และบีอีเอ็มก็ยังไม่ได้เป็นเจ้าของสัมปทานพื้นที่

