ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1,637.69 จุด ปิดตลาดบ่ายที่ระดับ 1,647.10 จุด จากนั้นเคลื่อนไหวในแดนบวกก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,648.46 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 10.77 จุด หรือ 0.66% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,650.70 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,642.35 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 54,214.32 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,632.53 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,519.12 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 4,798.10 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 4,911.51 ล้านบาท
โดยแหล่งข่าวจากบล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้บวกต่อเนื่องวันที่ 2 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเมืองไทย ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลของไทยคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 20-23 มิถุนายนนี้ สิ่งที่ต้องตามต่อคือ การออกมาตรา 44 เพื่อยกเลิกบางคำสั่งของ คสช. ก่อนหน้า และคงบางส่วนไว้ไปรัฐบาลหน้า อาทิ การแก้ประมงผิกฎหมาย การประมูลคลื่น 700 MHz การช่วยเหลือกลุ่มทีวีดิจิทัล รถไฟความเร็วสูงกับกลุ่มซีพี การเจรจากับบีทีเอสเรื่องต่อสัมปทานสายสีเขียว และท่าเรือมาบตาพุดกับแหลมฉบังเฟส 3 จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวในกรอบ 1,590-1,680 จุดในเดือนมิถุนายนนี้ จากสมมติฐานว่าสหรัฐฯ-จีนจะสามารถเจรจากันได้ ดังนั้นระยะสั้นนักลงทุนอาจต้องพิจารณาขายทำกำไรในบริเวณ 1,650-1,680 จุด
รวมถึงบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ได้ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยหากจำเป็น เพื่อลดทอนผลกระทบเชิงลบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศเริ่มมีท่าทีที่อ่อนลง โดยจีนส่งสัญญาณเปิดเจรจาการค้ารอบใหม่กับสหรัฐ ซึ่งคาดว่าสหรัฐจะตอบรับในเชิงบวก เพราะตัวเลขเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ประชาชนสหรัฐเริ่มมีมุมมองเป็นลบ กับนโยบายการกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมากขึ้น ขณะที่ฐานเสียงหลักอย่างเกษตรกรสหรัฐของประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ได้รับผลลบจากสงครามการค้าด้วย ซึ่งมีรายงานตัวเลขความเชื่อมั่นของเกษตรกรสหรัฐ จากมหาวิทยาลัย Purdue ว่าในเดือนพฤษภาคม 2562 ตัวเลขตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีมา
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


