ราคาปาล์มขยับขึ้นหลังสต็อกซีพีโอลดเหลือ 3 แสนตัน ผู้ผลิตไบโอดีเซลไทยชมมาตรการบี 10 มาถูกทาง เกษตรกรขอ 3.50-4.20 บาทต่อกก.
นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เปิดเผยนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมให้จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลบี 10 (บี100ผสมดีเซล 10%) บี 20 และการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ว่า ล่าสุดจากการที่โรงไฟฟ้าบางปะกงโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)รับซื้อซีพีโอ ส่งผลให้สต็อกลดลงเหลือ 3 แสนตัน จากจากเดิมมากกว่า 4 แสนกว่าตัน ถือเป็นจุดเริ่มสมดุล ทำให้ราคาปาล์มทั้งระบบเริ่มปรับขึ้นเป็น 2.60-2.70 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ซีพีโอราคาเฉลี่ย18 บาทต่อกก. ไบโอดีเซลบริสุทธิ์ 100% หรือ บี100 ราคาขยับเป็น 20 กว่าบาทต่อลิตร และคาดว่าทุกตัวจะขยับขึ้นอีกต่อเนื่อง
“ก่อนหน้านี้เกษตรกรอาจมองว่ามีการดูดซับปาล์มจำนวนมากแต่ทำไมราคาไม่ขยับ ซึ่งข้อเท็จจริงคือต้องใช้เวลาในการสะท้อนกลับมาระยะหนึ่ง สต็อกตึงตัวจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง และขณะนี้เริ่มเห็นแล้ว”นายศาณินทร์กล่าว
นายศาณินทร์กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพลังงานถือเป็นมาตรการที่ส่งผลดีต่อระดับราคาปาล์มทั้งระบบ ถึงมือเกษตรกร โดยเฉพาะมาตรการไบโอดีเซลบี 10 เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานของประเทศในปี 2564 จะทำให้การใช้บี 100 เพิ่มขึ้น เกิดการดูดซับสต็อกซีพีโอ อย่างไรก็ตามอยากให้มาตรการคงที่ต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นอดีตที่ผ่านมา เพราะผู้ผลิตบี 100 ต้องลงทุนทำให้บี 100 มีความบริสุทธิ์ตามมาตรฐาน
นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาปาล์มทลายแม้จะเริ่มปรับขึ้นระดับ 2.50-2.80 บาทต่อกก.แต่ยังคงเป็นราคาที่เกษตรกรขาดทุน ซึ่งราคาที่มีกำไรควรอยู่ระดับ 3.50-4.20 บาทต่อกก.ซึ่งเกษตรกรคาดหวังว่ามาตรการของกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำหนดบังคับใช้ประกาศกระทรวงวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาให้โรงงานรับซื้อวัตถุดิบที่มีน้ำมันน้อยกว่า 18% สำหรับโรงหีบแยก และไม่น้อยกว่า 30% สำหรับโรงหีบรวมจะมีผลทำให้ราคาปาล์มมีการปรับตัวได้เพิ่มขึ้นอีก
