นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังออกประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.)ให้ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เข้ามาอยู่ในบัญชีที่ต้องควบคุม ว่า หลังประกาศ 45 วันโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งต้องจัดส่งรายละเอียดและฐานข้อมูลราคาซื้อและขาย ค่าบริการต่างๆ มาให้กรมจัดทำฐานข้อมูลถึงความสมเหตุสมผลและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการคิดค่ายาและค่าบริการ หรือภายในวันที่ 12 กรกฎาคม จากนั้นกรมจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันในการจัดทำฐานข้อมูล แล้วเปิดให้โรงพยาบาลเข้าหารือถึงฐานข้อมูลและจัดส่งให้ทุกโรงพยาบาล ได้จัดทำคิวอาร์โค้ดภายในโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกสามารถตรวจเช็คราคาและค่าบริการก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อยาภายในโรงพยาบาลหรือซื้อภายนอก รวมถึงนำข้อมูลทั้งหมดขึ้นเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในด้วย ซึ่งคาดว่าไม่เกินวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะเห็นฐานข้อมูลราคายาและค่าบริการบนเว็บไซต์ สำหรับยาฉุกเฉิน 3,892 รายการ รวมถึงยาที่โรงพยาบาลขายดีที่สุดอีก 100 รายการ รวม 3,992 รายการ อีกทั้งราคาเวชภัณฑ์อีก 868 รายการ และค่าบริการอีก 5,286 รายการ
“กรมจะไม่มีการกำหนดเพดานราคาสูงสุด เพราะแต่ละโรงพยาบาลต่างมีปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน เหมือนอย่างโรงแรมก็มีความหรูหาและบริการระดับ5 ดาว ระดับ 4 ดาว ระดับ 3 ดาว แต่ที่จะชัดเจนคือราคายา แม้ต้นทุนซื้อและจำนวนไม่เท่ากัน แต่สรรพคุณที่เหมือนกันและใช้รักษาในโรคเดียวกัน ราคาไม่น่าจะแตกต่างกันมาก ที่น่าตกใจคือหลายโรงพยาบาลคิดราคายาบวกกับค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่างๆไว้ด้วย ทำให้บางโรงพยาบาลยาชนิดเดียวกันกำไรห่างกัน 300% ถึง 8,000% ยิ่งน่าตกใจบางแห่งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยต้นทุนถึง 16,000 % ซึ่งอยู่ในบัญชี 150 ชนิดที่เป็นยาฉุกเฉินและโรคร้ายแรง กลุ่มนี้หลังจากได้ข้อมูลแล้วก็จะเรียกมาชี้แจงและทำความเข้าใจต่อไป จากที่ร้องมาต้องจ่ายยารักษามะเร็ง 1 โดส ต้นทุน 2 แสน ต้องจ่าย 8 แสนบาท ” นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวว่า จากจำนวนโรงพยาบาล 353 แห่งที่ให้ความร่วมมือในส่งข้อมูลก่อนหน้านี้ พบว่า สัดส่วน 30% หรือประมาณ 70 แห่ง ตั้งราคายาค่าบริการใกล้เคียงค่าเฉลี่ย อีกสัดส่วน 40% ตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระดับปานกลาง ขณะที่อีก 30 % ประมาณ 70-80 แห่ง ตั้งราคาสูงมากตั้งแต่ 300-16,000 % โดยเชื่อว่ากลุ่มหลังนี้หลังหารือจะได้รับความร่วมมือในการตั้งราคาใหม่ ซึ่งในจำนวนนี้ 52 แห่งขอให้ปรับวิธีการตั้งราคาใหม่ โดยการแยกความชัดเจนว่าราคายาคือยา ค่ารักษาคือค่ารักษา และค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนี้ยังถือว่าโรงพยาบาลแห่งใดทำผิดกฎหมาย จนกว่าจะถึงหมดกรอบระยะให้ปรับตัวคือหลัง 27 กรกฎาคม แต่สำหรับผู้ป่วยสามารถร้องเรียนหากพบว่าถูกคิดค่ายาหรือค่ารักษาไม่เป็นธรรม ให้ส่งเรื่องร้องเรียนมาได้ที่กรมฯ หรือแจ้งสายด่วน 1569 ซึ่งขณะนี้มีผู้ร้องเรียนมาต่อเนื่อง และในตอนนี้มี 2 รายที่อยู่ระหว่างดำเนินการคือ 1 รายตรวจสอบข้อมูลและชี้แจง อีก 1 รายได้ส่งแจ้งความกับตำรวจก็รอตำรวจจะส่งสำนวนฟ้องศาลอย่างไร
” ให้ผู้ป่วยเบาใจ หากพบว่าไม่เป็นธรรม ถูกเอาเปรียบ กรมจะร่วมฟ้องด้วย ไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยสู้ตามลำพัง โดยในกฎหมายกกร.ที่ประกาศนั้นควบคุมถึงสถานพยาบาลหรือคลีนิกทางการแพทย์ด้วย หากผู้ป่วยพบว่าไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนเพื่้อตรวจสอบ ถ้าผิดก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย หรือการรักษาในโรงพยาบาลอย่างโรคฟัน โรงพยาบาลรักษาสัตว์ ก็ถือว่าอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียนมา” นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าจัดทำโครงการโรงพยาบาลธงฟ้านั้น ต้องพิจารณาในรอบคอบอีกครั้ง แม้มีข้อเสนอมา โดยต้องดำเนินการหลังจากฐานข้อมูลราคายาได้รับการเผยแพร่ รวมถึงประเมินผลหลังใช้มาตรการก่อน เพราะขณะนี้ยังมีโรงพยาบาลบางส่วนไม่เห็นด้วยที่รัฐออกมาตรการควบคุมยาค่าบริการ ซึ่งเป็นเรื่องต้นทำความเข้าใจ

