นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการพัฒนาบุคลากรเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลภาครัฐ ระหว่างกระทรวงดีอี หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ว่า ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนหมู่มาก ซึ่งก่อให้เกิดข้อมูลในปริมาณมหาศาลและเติบโตอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า บิ๊กดาต้า ซึ่งเป็นโอกาสของรัฐบาลที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แต่การจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ที่ต้องปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลานั้น จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะและความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันความต้องการบุคลากรประเภทนี้ ทั้งในภาครัฐและเอกชนมีปริมาณที่สูงมาก แต่กลับมีจำนวนบุคลากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในภาครัฐที่สูญเสียบุคลากรกลุ่มนี้ให้กับภาคเอกชนและต่างประเทศ เนื่องจากมีการให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างยั่งยืน การพัฒนากำลังคนด้านการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน

นางสาวธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลบิ๊กดาต้า เปิดเผยว่า สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ เป็นสถาบันภาครัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เน้นด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสถาบันมีการระดมบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรข้อมูลให้เข้ามาร่วมกันทำงาน โดยสถาบันจัดตั้งในรูปแบบหน่วยธุรกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) อีกทั้ง สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ ยังให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าภาครัฐทั่วไป ซึ่งสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทำงานได้มากกว่าระบบภาครัฐแบบเดิม
นางสาวธีรณี กล่าวว่า ตั้งเป้าให้สถาบันเป็นหน่วยงานกลางสำหรับให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษาและประชาชนใช้ เพื่อสร้างความเป็นเลิศในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของประเทศไทย พร้อมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐสร้างวัฒนธรรมการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ การวางนโยบาย การกำหนดแผน และการดำเนินงานขับเคลื่อนแผน รวมถึงการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจด้วย และมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดเก็บ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการใช้ประโยชน์ข้อมูลในเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้เพื่อเป็นการขยายกำลังในการทำงาน ทางสถาบันยังพร้อมเปิดรับนักวิทยาศาตร์ข้อมูลและวิศวกรข้อมูลเข้ามาร่วมทำงานด้วยอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับเครือข่ายความร่วมมือเรื่องการพัฒนาบุคลากรเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลภาครัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาครัฐมีบุคลากรที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน รวมทั้งสามารถวิเคราะห์และนำข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงให้กับสังคม และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเครือข่ายประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา รวม 21 หน่วยงาน” นางสาวธีรณี กล่าว
สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา รวม 21 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงดีอี, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน), สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


