นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในงานจัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะได้กลายมาเป็นหัวข้อหลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างจริงจัง และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านดังกล่าวในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 นี้ ประเทศไทยได้รับมอบตำแหน่งประธานอาเซียน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงเจตนารมณ์ของไทยในการสานต่อเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงดีอี ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย จึงได้จัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน นี้ขึ้น
นายพิเชฐ กล่าวว่า สำหรับเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ประกอบด้วย กระทรวงดีอี โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้่า) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และกระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งการประชุมดังกล่าว เพื่อรายงานสถานะการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของเมืองต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน หารือสาระสำคัญของร่างข้อกำหนดการจัดตั้งเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ข้อกำหนดการติดตามและประเมินผลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอาเซียน รวมถึงหลักเกณฑ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การให้สัตยาบรรณต่อเอกสารดังกล่าวร่วมกันในเดือนสิงหาคม 2562 และรายงานต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 และใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของกรอบความร่วมมือต่อไป

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน เป็นข้อริเริ่มของประเทศสิงคโปร์ในช่วงที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2561 เพื่อเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาเซียนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว เช่น ความแออัดของเมือง คุณภาพของน้ำและอากาศ ความยากจน ความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองกับชนบท ตลอดจนความมั่นคงและความปลอดภัยของ ผู้คน เป็นต้น
นายณัฐพล กล่าวว่า ปัจจุบัน เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ประกอบด้วยเมืองจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 26 เมือง ได้แก่ บันดาร์ เสรีเบกาวัน กรุงเทพมหานคร บันยูวังงี พระตะบอง เซบู ชลบุรี ดานัง ดาเวา จาการ์ตา ฮานอย โฮจิมินห์ ยะโฮร์บาห์รู โกตากินะบะบู กัวลาลัมเปอร์ กูซิง หลวงพระบาง มะกัสซาร์ มัณฑะเลย์ มะนิลา เนปิดอว์ พนมเปญ ภูเก็ต เสียมราฐ สิงคโปร์ เวียงจันทน์ และย่างกุ้ง ซึ่งเครือข่ายทั้ง 26 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาโดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อข้อมูล ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และวัฒนธรรม โดยในอนาคตอันใกล้คาดว่าจะเห็นความร่วมมือในด้านเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น



เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


