หน้าแรก เศรษฐกิจ คลุกวงหุ้น : ...

คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้”เชื่อการเมืองไม่เซอร์ไพรส์ตลาดหุ้น หลังบิ๊กตู่ต่ออายุนายกฯอีกสมัย ตามติดปัจจัยนอกประเทศ (ชมคลิป)

10.06.19 | 09:03 น.

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ ปัจจัยในประเทศ เรื่องการเมืองไม่ได้มีเรื่องที่สร้างความแปลกใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ถูกเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 1 สมัย ซึ่งก็เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก โดยการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นมองว่า พรรคพลังประชารัฐน่าจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่เป็นเสียงข้างมากที่เริ่มต้นด้วยเสียงแบบปริ่มน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้การบริหารจัดการ และการพิจารณาออกกฎหมายที่สำคัญต่างๆ อาจมีความเสี่ยงบ้าง โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณปี 2563 อย่างไรก็ตาม ทรีนีตี้มีมุมมองเป็นกลางต่อปัจจัยการเมืองไทย ไม่ได้มองว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบอย่างสำคัญมากนัก

“ภาพรวมขณะนี้ ดัชนีเริ่มอยู่กึ่งกลางในกรอบที่ได้ให้ไว้ระหว่าง 1,580-1,680 จุด โดยก่อนหน้านี้ได้แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสมหุ้นในระดับที่ต่ำกว่า 1,620 จุด ทำให้นักลงทุนที่ทำตามสามารถหาจังหวะแบ่งขายหุ้นได้ เมื่อดัชนีเข้าสู่ระดับ 1,650 จุดขึ้นไป หรือหากนักลงทุนยังไม่ได้มีการสะสมหุ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องการสะสมหุ้นเพิ่ม ก็ต้องเลือกลงทุนซื้อสะสมในหุ้นรายตัวมากขึ้น”นายณัฐชาตกล่าว

นายณัฐชาต กล่าวว่า ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศ มี 3 เรื่องสำคัญที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของเดือนมิถุนายนนี้คือ การประชุมธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (เฟด) ที่เชื่อว่ารอบนี้เฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นส่วนสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกได้ สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน จะมีการประชุมจี 20 ที่แนะนำให้จับตามองทั้งในช่วงก่อนการประชุมและระหว่างการประชุม ที่สหรัฐฯและจีนอาจจะมีการพูดคุยกัน ซึ่งหากมีข้อสรุปที่ดีออกมาได้ ก็จะส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่ได้รับความเสี่ยงจากปัจจัยเทรดวอร์มีบรรยากาศที่ดีมากขึ้นได้

“สำหรับการประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก หรือ โอเปก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีการปรับตัวลดลงหนักมา จากสาเหตุความกังวลทิศทางเศรษฐกิจโลก และการรายงานตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสูงเกินที่คาดการณ์ไว้ แต่มองว่าราคาน้ำมันที่ลดลงตลอดทางจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้การประชุมโอเปก มีการต่ออายุข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตน้ำมันไปสิ้นสุดสิ้นปี 2562 จากเดิมที่จะสิ้นสุดกลางปีนี้ ซึ่งหากทำได้ก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานได้ โดยแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ ต้องเลือกลงทุนในหุ้นรายตัว และหุ้นที่มีการปันผลสูงมากขึ้น”นายณัฐชาตกล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

Advertisement