หน้าแรก เศรษฐกิจ สทนช.หารือ สป...

สทนช.หารือ สปป.ลาว เชื่อมข้อมูลจัดการน้ำโขง-เขื่อนไซยะบุรี หวังลดวิกฤตน้ำล้นตลิ่ง

10.06.19 | 11:40 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ได้ร่วมหารือกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติลาว ในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง ณ เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงปริมาณน้ำที่มีการระบายจากเขื่อนของ สปป.ลาว ที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง อีกทั้งโครงการที่ก่อสร้างแล้วในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้แก่ประเทศไทยโดยตรง เพื่อให้การใช้น้ำจากแม่น้ำระหว่างประเทศเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งผู้แทน สปป.ลาวจะนำไปหารือในระดับนโยบายเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุทกวิทยาระหว่างสองประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะกลางให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป

ทั้งนี้ ไทยยังได้หยิบยกประเด็นหารือเชิงเทคนิคเกี่ยวกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ประเภทเขื่อนทดน้ำเหมือนเขื่อนเจ้าพระยามีพื้นที่รับน้ำฝน 272,000 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำออกแบบเพื่อผลิตไฟฟ้าส่งออกขาย 4,900 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างเริ่มทดสอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งไทยและ สปป.ลาว ได้กำหนดกรอบแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน อาทิ การบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำของเขื่อนไซยะบุรี การประสานงานและการทำงานร่วมกันเพื่อรองรับการดำเนินงานในช่วงฤดูฝน และแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุทกวิทยาระบบการพยากรณ์น้ำท่วม เป็นต้น เลขาธิการ สทนช. กล่าวอีกว่า การหารือในระดับเทคนิคระหว่างไทย-สปป.ลาวครั้งนี้ จะทำให้การบริหารจัดการและการใช้น้ำจากแม่น้ำระหว่างประเทศในแม่น้ำโขงล่างตอนบนเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

“ผลการหารือร่วมกับ สปป.ลาวครั้งนี้ จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงในการบริหารจัดการแม่น้ำโขงตลอดสายในฤดูฝนนี้ ทั้งข้อมูลปริมาณน้ำฝน รวมถึงการระบายน้ำจากเขื่อนไซยะบุรีที่สะท้อนกับสภาพความเป็นจริงได้และเป็นข้อมูลปัจจุบันได้มากที่สุด เพื่อการวิเคราะห์ คาดการณ์สถานการณ์น้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขงฝั่งไทยได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัดเสี่ยงภาคอีสานที่ติดแม่น้ำโขง ที่ในแต่ละปีปริมาณน้ำโขงจะมีปริมาณน้ำสูงใน 2 ช่วง คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม และกันยายน หาก สทนช.ได้รับข้อมูลสถานการณ์น้ำใน สปป.ลาว ล่วงหน้าก็สามารถคาดการณ์เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดจากน้ำล้นตลิ่งกับประชาชนในฝั่งไทยได้” นายสมเกียรติกล่าว