หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.หวั่นรัฐส...

สศค.หวั่นรัฐสวัสดิการกระทบเป้างบสมดุล-อัดฉีดคนจนเพิ่ม อุ้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

10.06.19 | 13:40 น.

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เป้าหมายงบประมาณสมดุลกำหนดไว้ 2 ระยะ คือ งบสมดุลที่ไม่รวมการจ่ายชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยในปี 2569 และงบสมดุลรวมรายจ่ายในการชำระคืนดอกเบี้ยและเงินต้นในปี 2573 อาจต้องเลื่อนออกไปหากรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินนโยบายรัฐสวัสดิการอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม สศค.ยังไม่ได้ประเมินถึงภาระทางการคลังที่ชัดเจนของนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลใช้หาเสียงว่าจะเป็นภาระทางการคลังของรัฐบาลเท่าไหร่ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาปฏิบัติมากน้อยเพียงใด

“แม้ว่านโยบายใช้จ่ายของรัฐบาลชุดใหม่อาจกระทบต่อเป้าหมายการจัดทำงบประมาณสมดุลของรัฐบาลบ้าง แต่ในภาพรวมแล้วไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาล ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์คลังของรัฐบาลมีความเข้มแข็ง ขณะที่หนี้สาธารณะของรัฐบาลยังอยู่ในระดับเพียง 42.07% ของจีดีพี ต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ที่ 60% นอกจากนี้ เสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาล ยังได้รับการปกป้องจากกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดกรอบให้รัฐบาลต้องรักษาวินัยการคลัง” นายพิสิทธิ์กล่าว

นายพิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการเพื่อรองรับเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้นั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่แต่ในรายละเอียดยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งมาตรการที่สามารถทำได้ เช่น การทำผ่านคนถือบัตรสวัสดิการประชารัฐ ซึ่งมีอยู่ 14.5 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เมื่อใส่เงินเข้าไปแล้วเกิดการใช้จ่ายทันที รวมถึงมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

นายพิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณปี 2563 ยังอยู่ในระหว่างการจัดทำ และคาดว่าจะล่าช้ากว่าเดิมประมาณ 3-4 เดือนนั้น จะไม่เป็นปัญหาสำหรับงบรายจ่ายประจำ เพราะสามารถใช้กรอบวงเงินของงบประมาณรายจ่ายปี 2562 ไปพลางก่อนได้ แต่สำหรับงบลงทุนใหม่ ไม่สามารถทำได้