นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย (Aged society)อย่างสมบูรณ์และจะโตเพิ่้มขึ้น 2 เท่าในอีก 20 ปีข้างหน้า เนื่องจากปัจจัยของคู่รักที่ไม่นิยมมีบุตรและอัตราการเกิดลดน้อยลง รวมถึงการแพทย์พัฒนามากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ผู้สูงวัยมีอายุยืนและมีจำนวนเพิ่มต่อเนื่อง โดยปี 2561 ไทยมีผู้สูงอายุอยู่ที่10,666,803 ล้านคน คิดเป็น 15% จากจำนวนประชากรทั้งหมดของไทยและคาดปี 2564 จะเพิ่มเป็น 20% ของจำนวนประชากร จึงส่งผลให้มีแนวโน้มเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการผู้สูงอายุตามไปด้วย อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมและโฮมแคร์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ขณะที่ความต้องการด้านดูแลรักษาสุขภาพของประชากรโลกเพิ่มขึ้น ประกอบกับไทยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางของคนสูงวัยจากทั่วโลก ที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือใช้ชีวิตยามบั้นปลาย เนื่องจากไทยตั้งอยู่บนพื้นที่เขตอบอุ่น ไม่หนาว บวกกับความได้เปรียบเรื่องของอาหาร เมดิคัลแคร์ เซอร์วิส และการบริการเยี่ยมราคาไม่แพง จึงเป็นโอกาสให้ไทยผลักดันให้เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ เติบโตเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) โดยปัจจุบันตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพในไทย ขยายตัวต่อเนื่องและมีมูลค่ากว่า 107,000 ล้านบาท นอกจากนี้พบว่าตลาดคนไข้ต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชนไทย มีผู้ใช้บริการกว่า 3.42 ล้านครั้งในปี 2561 แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับรักษาพยาบาล( Medical Tourism) 2.5 ล้านครั้ง และกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย( Expat) 9.2 แสนครั้ง ตลาดหลักคือชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เมียนมา กัมพูชา และจีน
” ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้กลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางลดลงและมีแนวโน้มหดตัว หากพิจารณาสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติที่มาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนไทย พบว่ากลุ่มตะวันออกกลางยังครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 12.5% รองลงมาคือเมียนมา 8.7% สหรัฐฯ 6.2% สหราชอาณาจักร 5% ญี่ปุ่น 4.9% และกัมพูชา 2.2% สะท้อนกำลังซื้อประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสในการรุกตลาดสุขภาพของผู้ประกอบการไทยได้เช่นกัน “นายศักดิ์ชัย กล่าว
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ทำให้บริษัทเตรียมจัดงาน InterCare Asia ครั้งที่ 4 ช่วงวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 3 วันกว่า 5,000 คน และเกิดการซื้อขายภายในงานกว่า 700 ล้านบาท โดยปีนี้จัด 3 กิจกรรมหลัก คือ แสดงสินค้า ประชุมสัมมนา และจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งกลุ่มสินค้าและบริการที่ผู้สูงอายุต้องการเพิ่้มขึ้น อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพที่มีไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลน้อยหรือไม่มีเลย รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

