นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจบริการอาหาร เปิดเผยว่าปี 2562 บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% และเตรียมใช้งบลงทุน 230 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจและปรับเพิ่มรายได้จากบริการเดลิเวอรี่เป็น 100 ล้านบาท โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลังบริษัทฯจะขยายสาขาร้านอาหารอย่างต่อเนื่องทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างจังหวัด ทั้งลงทุนเองและขยายแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าเปิดสาขา 123 แห่ง อาทิ จับมือกับบริษัท ปตท. จำกัด ในสถานีน้ำมันในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวม 70 แห่งในครึ่งปีหลัง โดยจะใช้ขยายสาขาร้านในชื่อ‘เขียง’(Khiang by tummour)ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยตามสั่งแนวสตรีทฟู้ด เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป
นายบุญยง กล่าวว่าวันที่ 13-16 มิถุนายนนี้ จะเข้าร่วมงานมหกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 31 ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว พร้อมเปิดขายแฟรนไชส์ร้านเขียง พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษแก่ผู้จองสิทธิ์แฟรนไชส์ในงานโดยคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 3.5 แสนบาท จากปกติ 4 แสนบาท และคิดค่าธรรมเนียมรายเดือน อัตราคงที่เดือนละ12,500 บาท จากปกติส่วนแบ่งรายได้ต่อเดือน และร่วมกับธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ในการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ100%แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ด้วย
นายบุญยง กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนนั้นประเทศไทยใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป ทำให้ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ทุกฝ่ายรอดูความชัดเจนจนชะลอการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลจนไม่กล้าใช้จ่ายมากนัก ประกอบกับกำลังซื้อของประชาชนระดับกลางลงไปยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรที่ราคาสินค้าเกษตรไม่ดี ทำให้กำลังซื้อไม่มีตามมา โดยมองว่าหากรัฐบาลเข้ามาแล้วมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นกำลังซื้อของประชาชนให้มากขึ้น จะส่งผลดีกับธุรกิจและเศรษฐกิจรวมของประเทศไทย
“ครึ่งปีแรกบริษัทฯได้รับผลกระทบจากภาวะการเมืองไม่นิ่ง และนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป ทำให้ร้านอาหารบางสาขาที่อยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ยอดขายหายไปเกินครึ่ง แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัทฯเป็นคนไทยระดับบนขึ้นไป 90% นักท่องเที่ยวต่างชาติ10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าที่ควร หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป อาจทำให้ประชาชนไม่กล้าใช้จ่ายมากขึ้น แต่บริษัทฯน่าจะรับมือได้ เพราะฐานลูกค้ายังมีกำลังซื้อที่สูง ”นายบุญยง กล่าว
นายบุญยง กล่าวว่า แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งแรก เพราะครึ่งแรกมีหลายเหตุการณ์เข้ามากระทบแบบหนักหน่วง หากรัฐบาลสามารถจัดตั้งได้เร็ว และทำงานร่วมกันได้อย่างมีเสถียรภาพ อนาคตประเทศไทยจะสดใสแน่นอน เพราะไทยยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งลงทุนที่น่าสนใจในสายตาต่างชาติเหมือนที่ผ่านมา

