นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการเตรียมแผนงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมแผนงานต่างๆเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่พิจารณา ซึ่งจะรวมถึงกรณีของการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)1.5 ล้านตันที่ได้มีการเปิดประมูลและได้รายชื่อผู้ชนะประมูลว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร โดยการนำเข้าแอลเอ็นจีเป็นไปตามนโยบายของรัฐในการเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้ามาแข่งขัน แต่เพื่อความเหมาะสมต้องรอนโยบายว่าจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร มีคำถามว่าล้มประมูลหรือไม่ตนเองก็คงไม่รู้อยู่ที่นโยบายรัฐ
นายกุลิศกล่าวว่า นอกจากนี้จะเตรียมข้อมูลหลักๆได้แก่ การเปลี่ยนผ่านงานภายใต้พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2562 ที่จะบังคับใช้วันที่ 24 กันยายนนี้ รวมไปถึงการจัดทำแผนพลังงาน อาทิ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี 2018)ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบแล้วคงเปลี่ยนไม่ได้ แต่หากจะปรับแนวทางรับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐในรายละเอียดก็อาจจะทำได้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลใหม่ อาทิ อาจสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าไฟฟ้า(อีวี)และสถานีชาร์จเข้มข้นขึ้น
นายกุลิศกล่าวว่า นอกจากนี้จะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีการอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2563 วงเงิน 12,000 ล้านบาทแล้ว และเตรียมเปิดให้ยื่นข้อเสนอโครงการขอเงินสนับสนุนกลางเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ จากนั้นคาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการสนับสนุนภายในกันยายน เพื่อให้ทันเบิกจ่ายงบประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นงบประมาณใหม่ รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล การยกระดับมาตรฐานน้ำมันเป็นยูโร 5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฟผ.ได้เสนอการเปิดประมูลเพื่อจัดหาแอลเอ็นจี และคัดเลือก บริษัท ปิโตรนาส แอลเอ็นจี ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ชนะนำเข้าปริมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี เป็นเวลา 8 ปี อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ไม่อนุมัติโดยมอบให้กฟผ.ไปเจรจา บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ต้องจ่ายเงิน

