‘กอบชัย’ปลื้มผลสำเร็จการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการโตแบบก้าวกระโดด นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่พาชมธุรกิจเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ ผลิตจากข้าวหอมมะลิแดง ยอดขายทะลุ 50 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้า ปี พ.ศ. 2562 ดันผู้ประกอบการเครื่องสำอางสู่การเป็นเครื่องสำอางอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยกระดับสู่มาตรฐานสากล หวังผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ปารีสแห่งเอเชีย”
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องสำอาง
มีการแข่งขันค่อนข้างสูง จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยยังมีแนวโน้ม
ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนทั้งอุปสงค์และอุปทาน ปี 2560 ตลาดเครื่องสำอางไทย
มีมูลค่าโดยรวมประมาณ 2.51 แสนล้านบาท แยกเป็นตลาดในประเทศ 1.68 แสนล้านบาท เติบโตร้อยละ 7.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องสำอางมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.8 ขณะเดียวกันการส่งออกเครื่องสำอางไทยไปยังตลาดโลกมีมูลค่าประมาณ 8.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2561 มีการส่งออกเครื่องสำอางของไทยมีมูลค่ากว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.1 โดยมีตลาดที่สำคัญ ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และจีน
ล่าสุดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้มีการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องสำอางสู่การเป็นผู้ประกอบการเครื่องสำอางอินทรีย์ โดยจัดกิจกรรม / โครงการ เตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยนวัตกรรม พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และยกระดับมาตรฐานสินค้าทั้งในประเทศ และระดับมาตรฐานสากล อาทิ มาตรฐานเครื่องสำอางอินทรีย์ COSMOS เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยจากสารเคมีของสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง โดยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามสมุนไพรอินทรีย์และออร์แกนิคของไทยมีจุดเด่นเฉพาะตัวทั้งทางด้านรูปลักษณ์และกลิ่น จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดย กสอ.ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ของเมืองแห่งเครื่องสำอางโลก และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในระดับภูมิภาคเป็น “ปารีสแห่งเอเชีย” ต่อไป

นายทัตภณ จีรโชตินันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วธูธร จำกัด กล่าวว่า บริษัท วธูธร ดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM และ ODM ทั้งเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ลิปสติก สินค้าเมคอัพ ยาสีฟัน ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สปา รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับโรงแรม ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกสูตรไปผลิตของตัวเอง (ODM) หรือ สูตรที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะตามความต้องการ คอนเซปต์ และงบประมาณของลูกค้า โดยทำการตลาดในรูปแบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้เข้าร่วมโครงการกิจกรรมการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและการสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ปีงบประมาณ 2561 ทาง กสอ. ได้ให้คำแนะนำปรับการทำการตลาดจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ และยังแนะนำให้ผลิตแบรนด์ของตนเอง ชื่อ Herbalist Siam ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบจากข้าวหอมมะลิแดงมาพัฒนาแปรรูปเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานสากล ได้แก่ ASIAN GMP , ISO22716, ISO9001 (2015) และ Halal cosmetics จนสามารถขยายช่องทางตลาดของบริษัท และได้นำผลิตภัณฑ์ไปร่วมออกบูทแสดงสินค้าในงาน “The China International Organic Food Industry Expo 2018”
“เดิมที่บริษัท วธูธร ผลิตแต่สินค้า OEM มีรายได้อยู่ 10,000,000 – 20,000,000 บาทต่อปี แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการกับ กสอ. และมีการพัฒนาสินค้าเป็นแบรนด์ตนเอง สามารถก่อให้เกิดมีราย ได้เพิ่มขึ้น ปีละ 40,000,000 บาทต่อปี จนยอดขายทะลุ 50,000,000 บาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ซึ่ง ถือว่าธุรกิจมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด” นายทัตภณกล่าว



