นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ในเรื่องของการดำเนินการธนาคารปูม้าบ้านท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต มีความก้าวหน้าหลังดำเนินงานมากว่า 2 ปี ชุมชนได้มีการติดตามสังเกต พบว่าปูม้าในบริเวณบ้านท่าฉัตรไชยที่จับได้ภายหลังการปล่อยลูกปูไปมีจำนวนมากขึ้น สัตว์น้ำมีความสมบูรณ์ขึ้น และยังได้รับทราบว่า จ.ภูเก็ต ยังมีธนาคารปูม้า ที่มีความเข้มแข็งแบบนี้อีก 3 แห่ง คือที่บ้านปากบาง บ้านแหลมทราย และบ้านบางโรง และมีแนวโน้มที่จะมีการขยายเพิ่มธนาคารปูม้าไปยังชุมชนประมงท้องถิ่นในจังหวัดอีกหลายแห่ง
ทั้งนี้ ภายในปี 2562 กรมประมงเตรียมจัดตั้งธนาคารกุ้งมังกร ณ บริเวณบ้านท่าฉัตรไชย และบ้านป่าหล่าย เพื่อสร้างให้เป็นแหล่งกระจายลูกพันธุ์กุ้งมังกรไปสู่ธรรมชาติ โดยทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตได้มีการวางแผนจัดทำเขตพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์กุ้งมังกรควบคู่ไปด้วยที่บริเวณเกาะทะนาน อ.เมือง และเกาะงำ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยกรมประมงยังได้มอบพันธุ์กุ้งมังกร จำนวน 100,000 ตัว ให้กับผู้แทนชาวประมงพื้นบ้านชุมชนบ้านป่าหล่าย เพื่อนำไปปล่อยลงในแหล่งอนุรักษ์พันธุ์กุ้งมังกร ที่บริเวณเกาะทะนาน บ้านป่าหล่าย เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนกุ้งและสร้างรายได้ให้กับชาวประมงในพื้นที่ต่อไป
“เนื่องจากกุ้งมังกรเจ็ดสีเป็นที่นิยมบริโภคของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากทั้งใน จ.ภูเก็ต และจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงกรุงเทพฯด้วย ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงถึง 3,500-3,800 บาท/กิโลกรัมก็ตาม แต่กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จึงอยากจะผลักดันให้กุ้งมังกรเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย เริ่มต้นด้วยการสร้างให้มีลูกพันธุ์กุ้งมังกรที่พอเพียงต่อการนำมาเลี้ยงต่อในกระชัง ทำให้การเลี้ยงมีความต่อเนื่องในทางการตลาด รวมถึงมาตรการอนุรักษ์กุ้งมังกรในธรรมชาติด้วย” นายอดิศรกล่าว
นายอดิศรกล่าวว่า จากการสอบถามชาวประมงพื้นบ้านพบว่า หลังจากที่ทางภาครัฐได้ใช้มาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายไอยูยู ซึ่งพบว่าชาวประมงพื้นบ้านต่างพอใจกับผลผลิตที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัด สัตว์น้ำที่เคยหายไปก็กลับมา สัตว์น้ำที่เคยจับได้น้อยก็กลับมาจับได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านดีขึ้น อีกทั้งชาวประมงพื้นบ้านยังเห็นด้วยกับแนวทางการบริหารจัดการการทำประมงของประเทศไทยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำอีกด้วย

