หน้าแรก เศรษฐกิจ สตาร์ตอัพไทยเ...

สตาร์ตอัพไทยเฮ บิ๊กเอกชนลงขันตั้งบ.อินโนสเปซ ทะลุ640ล้านบาทแล้ว

12.06.19 | 11:03 น.

บิ๊กเอกชนลงขันตั้งบ.อินโนสเปซ ทะลุ640ล้านบาท ปลุกสตาร์ตอัพไทยแข็งแกร่ง เล็งจับคู่สตาร์ตอัพฮ่องกง เกาหลี อิสราเอล สร้างศก.ใหม่

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) กับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ – เอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา รวม 30 องค์กร อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) บริษัท ไทยเฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ตอัพ เพื่อเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและสตาร์ตอัพของอาเซียน

นายกอบชัย สังสิทธิ์สวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชน สนใจระดมทุนจัดตั้งบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 640 ล้านบาท สูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ 500 ล้านบาท อาทิ ปตท. 100 ล้านบาท , ไทยเบฟเวอเรจ 100 ล้านบาท , เครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมกับทรู 100 ล้านบาท ,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 100 ล้านบาท

นายกอบชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์ 50 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ 50 ล้านบาท ธนาคารรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) 30 ล้านบาท เครือสหพัฒน์ 30 ล้านบาท บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) 30 ล้านบาท บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด)มหาชน 30 ล้านบาท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) 20 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้แต่ละองค์กรอยู่ระหว่างขออนุมัติคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย อยู่ระหว่างการหารือตัวเลขการลงทุนอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีลงนามเอ็มโอยูในการระดมทุน ภายในเดือนกรกฎาคมต่อไป และจะเริ่มระดมทุนเบื้องต้น 1 ใน 4 ของวงเงินทั้งหมด ประมาณเกือบ 200 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคมนี้

“เป็นเรื่องน่ายินดีที่แต่ละบริษัทให้ความสนใจในการระดมทุนสร้างอินโนสเปซไทยแลนด์ขึ้นมา จะเป็นบริษัทที่ขับเคบลื่อนโดยเอกชน เป็นส่วนสำคัญในการสร้างสตาร์ตอัพของไทยขึ้นมา เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่รูปแบบเดียวกับต่างประเทศที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ โดยในส่วนของกสอ.จะช่วยในขั้นตอนต้นน้ำ กลางน้ำ และเอกชนจะดำเนินการขั้นปลายน้ำทั้งหมด เบื้องต้นแต่ละบริษัทจะคัดเลือกสตาร์ตอัพมีขีดความสามารถขึ้นมา 50 รายภายในปีนี้ เพื่อไปนำเสนอแผนธุรกิจที่งานฮ่องกงไซเบอร์พอร์ตในเดือนพฤศจิกายนนี้”นายกอบชัยกล่าว

Advertisement

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด จะส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ตอัพไทย รวมทั้งเป็นแหล่งองค์ความรู้ การเผยแพร่เทคโนโลยีนวัตกรรม และผลักดันให้สตาร์ตอัพไทยสามารถพัฒนาและเชื่อมโยงไปสู่ระดับประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันได้มีการจดทะเบียนบริษัทอยู่ที่ 1 แสนบาทและจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านบาทต่อไปในอนาคต และหลังจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท หรือ ซีอีโอ เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน โดยเบื้องต้นจะมีการสรรหาจากผู้ที่เป็นสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เนื่องจากจะมีความเข้าใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายใน 1-2 เดือนนี้

นายเทวินทร์กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนและยกระดับสตาร์ทอัพเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นโมเดลที่ทั่วโลกใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการกันทั่วโลก