หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นเปิดตลาดล...

หุ้นเปิดตลาดลบ 0.69 จุด นักวิเคราะห์เชื่อฟื้นตัวได้ในระยะสั้น

12.06.19 | 11:21 น.
แฟ้มภาพ

เวลา 11.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1,670.41 จุด จากนั้นเคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,669.72 จุด ปรับลดลง 0.69 จุด หรือ 0.04% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,671.59 จุด และทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,665.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 15,321.24 ล้านบาท

โดยแหล่งข่าวจากบล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,665-1,675 จุด รอปัจจัยบวกใหม่ๆ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง หลังเช้านี้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง 1% จากข่าวรัสเซียยังไม่ตัดสินใจที่จะขยายเวลาลดกำลังการผลิตต่อไปถึงสิ้นปี และกลุ่มโอเปคจะเลื่อนการประชุมออกไปเป็นต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อรอดูผลการประชุม G20 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ก่อน ขณะที่คืนนี้จะมีรายงานตัวเลขสินค้าคงคลังน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ โดยตลาดคาดว่าจะลดลง 0.48 ล้านบาร์เรล ขณะที่หุ้นกลุ่ม Domestic play จะ OUTPERFORM ตลาดได้ เพราะได้แรงหนุนจากคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

ทำให้ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาด และคาดว่าจะเห็นการปรับขึ้นทดสอบกรอบบนที่ให้ไว้ที่ 1,680 จุดในเดือนมิถุนายนนี้ จากแรงหนุนของ 1.การกลับสู่ประชาธิปไตย และมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ ที่คาดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่จะเริ่มบริหารประเทศในเดือนกรกฎาคมนี้ 2.คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกลดลง และค่าเงิน USD อ่อนค่า ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ออกมาตำหนิธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (เฟด) กรณีที่ทำให้ค่าเงิน USD แข็งและเสียดุลการค้ากับต่างประเทศ 3.คาดหวังว่าจะมีผลลัพธ์ด้านบวกจากการเจรจาการค้าสหรัฐฯและจีน โดยล่าสุดคะแนนนิยม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามหลังนายโจ ไบเดนคู่แข่งจากพรรคเดโมเครตสูงถึง 13% จากผลสำรวจล่าสุดในเดือนมิถุนายนนี้ สะท้อนว่าคนอเมริกันเริ่มมีมุมมองเป็นลบกับนโยบายการค้าสหรัฐฯแล้ว

มองว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวในกรอบ 1,590-1,680 จุดในเดือนมิถุนายน จากสมมติฐานว่าสหรัฐฯ-จีนจะสามารถเจรจากันได้ ดังนี้นักลงทุนในระยะสั้นอาจพิจารณาขายทำกำไรบริเวณ 1,650-1,680 จุด โดยแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุน ให้ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มต่อไปนี้คือ กลุ่มหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ อาทิ CPALL HMPRO CPF CPN MEGA AP กลุ่มหุ้นที่อิงกับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค อาทิ AMATA STEC CK BGRIM DTAC BTS และกลุ่มปันผลสูง ได้ประโยชน์จากเทรนดอกเบี้ยขาลง และมีเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารหนี้หลังโดนเก็บภาษี 15% อาทิ JASIF TFFIF ABPIF JAS QH ADVANC INTUCH SCB

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน