“สบพน.”นับถอยหลังถูกยุบหลังพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯมีผลบังคับใช้ 24 ก.ย.นี้

13.06.19 | 07:15 น.

“สบพน.”นับถอยหลังถูกยุบหลังพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯมีผลบังคับใช้ 24 ก.ย.นี้เปลี่ยนเป็นสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน ชี้ข่าวดีราคาแอลพีจีโลกลดลง ด้านเอ็นจีวีที่ปตท.อุดหนุนราคาให้กับรถสาธารณะจะใช้เงินกองทุนฯหรือไม่อยู่ที่นโยบายรัฐ

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน(องค์การมหาชน) หรือสบพน. เปิดเผยว่า พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กันยายนนี้ ทั้งนี้ก่อนจะมีการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานภายใต้พ.ร.บ.ดังกล่าวจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ยื่นเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อออกพระราชกฤษฎีกายุบสบพน.เพื่อให้สอดรับกับพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ขณะเดียวกันจะตั้งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมาทำหน้าที่แทน

นายวีระพลกล่าวว่า ภายใต้พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดักำหนดวงเงินที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันสุทธิไม่เกิน 40,000 ล้านบาทกู้ได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท หากเกินจากนั้นจะต้องเสนอครม.ออกพระราชกฤษฎีกา และการใช้เงินจะต้องนำมารักษาเสถียภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(รวมก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกรณีวิกฤตน้ำมัน โดยในเรื่องดังกล่าวได้ว่าจ้างให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยดำเนินการศึกษา 3 ด้านคือ 1. แผนรองรับวิกฤตราคาน้ำมัน 2. ยุทธศาสตร์การบริหารกองทุนน้ำมันฯ และ 3. แผนลดชดเชยน้ำมันจากเชื้อเพลิงชีวภาพที่ภายใต้พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้เลิกการชดเชยในระยะเวลา 3 ปีหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้และหากจะต่อให้ต่อได้อีก 2 ครั้งครั้งละ 2 ปี

“เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำรองรับมี 4 เรื่องนอกเหนือจากวางโครงสร้างบริหารของสำนักงานใหม่ที่จะต้องเร่งให้เสร็จก่อน ก็จะมี 3 เรื่องที่ให้สถาบันปิโตรเลียมศึกษาซึ่งหากเป็นไปได้ก็อยากให้เสร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องแผนรองรับวิกฤติน้ำมันที่สถาบันปิโตรเลียมเองก็คงจะชัดเจนว่าวิกฤติน้ำมันนั้นอยู่ระดับใดซึ่งนิยามวิกฤติน้ำมันเบื้องต้นคือราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบเศรษฐกิจ ซึ่งพ.ร.บ.น้ำมันฯออกมาเพื่อทำให้มีความชัดเจนจากเดิมที่อาศัยคำสั่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการ “นายวีระพลกล่าว

นายวีระพลกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีทั้งหมด 15 คนโดยมีกรรมการ 11 คนมาโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาจากสรรหา 4 ตำแหน่งโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เมื่อกฏหมายบังคับ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่เดิมพิจารณานโยบายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย จะไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะน้ำมันเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

Advertisement

นายวีระพลกล่าวว่า สำหรับตามการยกเลิกอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งเอทานอล และไบโอดีเซลภายใต้พ.ร.บ.น้ำมันฯขึ้นอยู่กับแนวทางดำเนินงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะมีการอุดหนุนอย่างไร จะมีการร่างพ.ร.บ.พลังงานทดแทนขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะหรือไม่ เช่นเดียวกับราคาเอ็นจีวีที่ขณะนี้ลอยตัวราคาแล้วแต่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ยังคงดูแลส่วนของการอุดหนุนให้กับรถสาธารณะซึ่งจุดนี้จะให้กองทุนน้ำมันฯดูแลแทนหรือไม่อยู่ที่ระดับนโยบายเช่นกัน

นายวีระพลกล่าวว่า ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯอยู่ที่ 41,435 ล้านบาท แต่บัญชีแอลพีจีติดลบ 6,609 ล้านบาท ฐานะกองทุนสุทธิอยู่ที่ 34,826 ล้านบาท มีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเฉลี่ย 1,371 ล้านบาทต่อเดือน โดยแนวโน้มราคาแอลพีจีตลาดโลกขณะนี้ลดลงต่อเนื่อง กองทุนน้ำมันฯบัญชีแอลพีจีมีเงินไหลเข้าเดือนละ 29 ล้านบาท ในระยะสั้นจึงไม่น่าจะเกินวงเงินติดลบ 7,000 ล้านบาทที่กบง.กำหนดไว้