หน้าแรก เศรษฐกิจ รีแบรนดิ้งฟาร...

รีแบรนดิ้งฟาร์มเอาต์เล็ตช่วย’เกษตกร’žขายของ

12.06.19 | 17:37 น.

จากนโยบายรัฐบาลต้องการให้ทุกกระทรวงมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และผลักดันให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน้าด่านในการดูแลการตลาดและการจำหน่ายของผลผลิตทางการเกษตร จึงเริ่มโครงการจัดหาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน หรือ ฟาร์ม เอาต์เล็ตŽ (Farm Outlet) ตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเป็นแหล่งหรือศูนย์กลางให้เกษตรกรนำผลผลิตเกษตรและผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย ควบคู่ไปกับการพัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนสร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น พร้อมกับแทรกกิจกรรมต่างๆ เพื่อจูงใจทั้งผู้ที่มีผลผลิตและผู้ซื้อสินค้า

ต่อมาปี 2559 ขณะที่ อภิรดี ตันตราภรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากปากต่อปากว่าโครงการ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ ช่วยเกษตรกรได้อย่างไร และเริ่มเห็นผลต่อเนื่อง ทำให้กลางปี 2559 เกิดฟาร์มเอาต์เล็ตได้ 32 แห่งใน 21 จังหวัด อาทิ อุดรธานี ขอนแก่น กาญจนบุรี เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ นครปฐม สระบุรี ระนอง ราชบุรี ซึ่งไม่นับรวมกิจกรรมที่ร่วมกับค้าปลีกเปิดโอกาสให้เกษตรกรและ ผู้ผลิตนำสินค้าไปจัดแสดงและจำหน่าย

เมื่อชื่อ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ เป็นที่คุ้นเคย ก็มีการต่อยอดไปถึงการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic Farm Outlet)

เริ่มที่ 4 แห่งใน จ.กาญจนบุรี ลพบุรี นครปฐม และเพชรบูรณ์ และต่อยอดไปอีกระดับจัดตั้งหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ (Organic Village)แห่งแรก ณ บ้านริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

Advertisement

จนเข้าปี 2561 เมื่อ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็กลับมาพิจารณาตามการเสนอของกรมการค้าภายใน โดยปีนั้นตั้งเป้าผลักดันให้มีการเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (ฟาร์ม เอาต์เล็ต) เพิ่มอีก 20 แห่ง

ได้แก่ ร้าน Check In Trat จ.ตราด, ร้านโคตร ของฝาก จ.ชัยนาท, ตลาดนัดกาสร จ.สระแก้ว, ร้านวรรณ จ.ปราจีนบุรี, ร้านทรอปิคานา จ.นครปฐม, โอท็อปบ้านพ่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์, ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์, ร้านค้าวิทยาลัยเกษตรศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ, ฟาร์มฮัก ป.อุบล จ.อุบลราชธานี, ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลดงขุย จ.เพชรบูรณ์

ร้าน O2U Organic Fresh Mart จ.แม่ฮ่องสอน, ร้านทีสเปซ จ.นครสวรรค์, ศูนย์โอท็อปช็อป จ.กำแพงเพชร, บจก.ฟาร์มแห่งความสุข จ.ระนอง, ภูรีออร์แกนิคมาร์เก็ต จ.สงขลา, ร้านทางไท จ.สงขลา, เค้กกนิษฐา จ.ตรัง, ตลาดใต้เคี่ยม จ.ชุมพร, Satun Green Outlet จ.สตูล และร้านร้อยเกาะเซ็นเตอร์ จ.สุราษฎร์ธานี

รวมกับที่ตั้งไปทำให้มีฟาร์มเอาต์เล็ต 63 แห่ง ใน 37 จังหวัด แต่ครั้งนี้เพิ่มสีสัน โดยสนับสนุนฟาร์มเอาต์เล็ตเดิมๆ ปรับโฉมร้านค้าให้ทันสมัย เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ เข้าไปช่วยพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจขึ้น เพิ่มการตลาดและการประชาสัมพันธ์ หวังให้ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ เป็นร้านที่ต้องแวะ ต้องไปเลือกซื้อสินค้า และแหล่งของฝากของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดที่ร้านค้าตั้งอยู่

พร้อมกับให้ความสำคัญคู่ไปกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ จนผลักดันฟาร์มเอาต์เล็ตที่จำหน่ายเฉพาะสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วย ได้ถึง 16 แห่ง ได้แก่ ที่ลพบุรี 2 แห่ง นครปฐม 4 แห่ง กาฬสินธุ์ 2 แห่ง และที่กาญจนบุรี เพชรบูรณ์ ยโสธร นครราชสีมา ราชบุรี นนทบุรี ชัยภูมิ และชลบุรี จังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งมีแผนจะผลักดันเปิดให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นศูนย์ต่อยอดส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน แจกแจงถึงการปรับโฉมเพื่อยกระดับ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ ให้ฟังว่า กรมการค้าภายในเดินหน้าโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มศักยภาพ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงบทบาทหน้าที่ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพให้สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกรและมีศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาด พร้อมดึงผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมหารือในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีนี้

กรมการค้าภายในดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มศักยภาพศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ถึงบทบาทความสำคัญ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของศูนย์ให้สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกร และมีศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาด มีการบริหารจัดการที่ดีพร้อม 

ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างความเข้มแข็งในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นช่องทางการตลาด จุดเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตอีกช่องทางหนึ่งของเกษตรกรในการนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปไปวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ช่วยให้เกษตรกรมีตลาดจำหน่ายผลผลิต มีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดความยั่งยืนในอาชีพ

ดังนั้น การสร้างภาพลักษณ์ของ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ ให้มีความโดดเด่น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายและสาธารณชน

“เราจะรีแบรนดิ้ง ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ เพื่อตอกย้ำแบรนด์เดิมด้วยอัตลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งเราได้เชิญทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และสื่อสารด้านการตลาดเข้ามาช่วย เนื่องจาก ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552 นับถึงปัจจุบันก็มีอายุ 10 ปีแล้ว บางศูนย์ยังไม่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ทันสมัย บางศูนย์ยังขาดจุดดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค และบางศูนย์การบริหารจัดการศูนย์ ยังไม่เป็นระบบและไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ที่สำคัญพบว่าปัจจุบันเกษตรกรและผู้บริโภคยังมีความสับสนและไม่เข้าใจถึงบทบาทที่แท้จริงของ ฟาร์มเอาต์เล็ต”Ž อธิบดีกรมการค้าภายในอธิบาย

สำหรับโครงการดังกล่าวนี้จะเริ่มตั้งแต่การสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ อาทิ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบการ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ และตัวแทนผู้ประกอบการ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ รวมไปถึงความคิดเห็นของตัวแทนผู้บริโภคที่มีประสบการณ์การซื้อผลิตภัณฑ์ของ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ ในพื้นที่เป้าหมายไม่น้อยกว่า 34 ศูนย์ รวมไม่น้อยกว่า 400 ราย เพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำมาวิเคราะห์ภาพลักษณ์เดิมโดยรวม และเป็นแนวทางในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่

คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 นี้ หลังจากได้ภาพลักษณ์ใหม่แล้วจะมีการจัดถ่ายทอดและให้ความรู้เรื่องภาพลักษณ์ใหม่ของศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการศูนย์ ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้สนับสนุนการจัดตั้ง ฟาร์มเอาต์เล็ตŽ มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันมีรวมทั้งสิ้น 63 แห่ง ใน 37 จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าของเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรโดยส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เป็นอีกโครงการที่จะช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสให้เกษตรกรขายผลผลิตและสินค้าแปรรูปได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้น