หน้าแรก เศรษฐกิจ รับสร้างบ้านอ...

รับสร้างบ้านอ้อน รบ.ใหม่เปิดกว้างแรงงานภาคก่อสร้าง

13.06.19 | 17:18 น.

 

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลัง 2562 ว่า เป็นไปในทิศทางบวก โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยต่างๆ เช่น งาน Home Builder & Materials Expo 2019 ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน งานบ้านและสวน รวมถึง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีนับเป็นฤดูกาลสำคัญของผู้ที่ต้องการสร้างบ้านเพื่อให้ทันรับหน้าฝนในปีหน้า โดยจะทำสัญญาซื้อขายในปีนี้ ส่วนภาพรวมการแข่งขันในตลาดรับสร้างบ้านยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่สูงหรือต่ำกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีข้อจำกัดหลายส่วน จึงยังไม่มีการปรับตัวขึ้นของราคา โดยทางสมาคมในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านทั้งหมดได้มีข้อตกลงที่จะไม่แข่งขันด้านสงครามราคา แต่หันมาเน้นการจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในอัตราที่เหมาะสม พร้อมมีอัตราการกระจายตัวไปยังต่างจังหวัดตามความต้องการของผู้ปลูกสร้างที่เริ่มขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมากำลังซื้อยังมีอัตรการเติบโตไม่ทันราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นสูงตามราคาที่ดินอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่มองว่ายังไม่กระทบตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน เนื่องจากดีมานด์มีที่ดินอยู่แล้ว แต่อยากให้รัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่กำลังจัดตั้งขึ้นมา ช่วยเหลือภาคธุรกิจใน 2 เรื่องหลัก คือ 1.ลดกำแพงภาษีการนำเข้าเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ให้เหลือ 0% จากปัจจุบันที่เสียภาษีในอัตราที่ 17-20% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาของวัสดุก่อสร้างแต่ละประเภท และ2.การเปิดกว้างให้มีความยืดหยุ่นเรื่องแรงงานก่อสร้าง สามารถทำงานข้ามพื้นที่ได้ ที่สามารถอยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำหนดได้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจมีอัตราการเติบโตที่มากขึ้น”นายมนูกล่าว

นายมนูกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทฯนั้น ภายหลังจากที่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ประมาณ 3 เดือน มองว่าแม้ ซีคอน โฮมฯจะมี 2 แบรนด์ย่อย คือ คอมแพค โฮม (เปิดบริการมา 8 ปี)และบัดเจด โฮม(เปิดบริการมา 5 ปี) แต่ลูกค้าก็ยังติดภาพกับแบรนด์เดิมคือ ซีคอน โฮม ซึ่งเปิดให้บริการมาได้ 58 ปีแล้ว อยู่เช่นเดิม ดังนั้นในปลายปี 2561 ที่ผ่านมาตนจึงได้นำเสนอแนวคิดในการควบ 2 แบรนด์ย่อยดังกล่าวเข้ามารวมกับ “ซีคอน โฮม” กับบอร์ดบริษัทฯ เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำตลาด เพราะทั้ง 2 แบรนด์ก็ดำเนินการภายใต้โครงสร้างการบริหารเดียวกันอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีแบรนด์ย่อยอีกต่อไป ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติ และได้ยกเลิกการใช้ 2 แบรนด์ดังกล่าวไปเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงแบ่งประเภทและราคาของรูปแบบบ้านเป็น 3 ประเภทคือ บ้านขนาดเล็ก ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000-15,000 บาท/ตารางเมตร ,บ้านขนาดกลาง ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000-18,000 บาท/ตารางเมตร และบ้านขนาดใหญ่ ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 18,000-22,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2-30 ล้านบาท

นายมนูกล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้บริษัทฯจะมีการขยายสาขาใหม่อย่างน้อย 3 แห่ง คือ การเปิดสาขางามวงศ์วาน คาดว่าจะใช้งบในการลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส2/2563 และกำลังมองหาที่ดินแปลงใหม่เพื่อทดแทนสาขาทำเลแจ้งวัฒนะ บนถนนราชพฤกษ์ ที่ปัจจุบันการสัญจรมีความยากลำบากและที่จอดรถหาได้ยากขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะยุบสาขาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาไปยังจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้เล็งพื้นที่ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)ไว้เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ภาครัฐสนับสนุนการลงทุน และนักลงทุนไทย-ต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่เป็นดีลเลอร์ในพื้นที่ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในต้นปี 2563

Advertisement

นายมนูกล่าวว่า อีกทั้งในช่วงปีนี้บริษัทฯจะรุกการทำตลาดมากขึ้น จากที่ผ่านมาใช้งบการตลาดไม่ถึง 3% ของยอดขายแต่ละปี แต่ปีนี้จะใช้งบในการทำตลาดประมาณ 3% จากยอดขายทั้งปี โดย 2 ไตรมาสสุดท้ายของปี จะเน้นชูจุดขาย “You Dream…We Build สร้างได้อย่างที่ฝัน” เพื่อสร้างการรับรู้ที่ดีต่อแบรนด์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค รวมถึงมุ่งเน้น การตลาดออนไลน์ในช่องทางต่างๆ อาทิ Facebook, Instagram และ Twitter ให้มากขึ้น พร้อมนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อร่นระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ อาทิ การใช้จอแสดงผล Touchscreen ในการนำเสนอแบบบ้าน โดยลูกค้าสามารถเลือกแบบบ้าน พร้อมปรับแบบตามความต้องการได้ในเบื้องต้น หรือในขั้นตอนการคิดมูลค่าของทีมประมาณการราคา ซึ่งช่วยให้ทราบราคาที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายมนูกล่าวว่า ใน 2562 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,600 กว่าล้านบาท หรือโตขึ้น 20% จากปี 2561 ที่ผ่านมา จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 1,200 ล้านบาท แต่สามารถทำได้ 1,300 ล้านบาท แบ่งออกเป็นช่วงครึ่งปีแรก 650 ล้าน ซึ่งสามารถทำตามยอดที่วางไว้ได้แล้ว และครึ่งปีหลังอีกราว 950 ล้านบาท

ด้านนายธาราพล ศุระศรางค์ ผู้อำนวยการสายงานขาย บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯจะมีกิจกรรมออกบูธตามงานมหกรรมที่เกี่ยวกับบ้านต่างๆ อาทิ บ้านและสวน สมาคมรับสร้างบ้าน ตลอดจน roadshow ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าถึงคำแนะนำและเห็นตัวอย่างบ้านของซีคอน โฮมฯ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดงานลูกค้าสัมพันธ์ โดยเชิญลูกค้าที่ไว้วางใจให้ซีคอนโฮมสร้างบ้านให้ ไปเยี่ยมชมโรงงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในวัสดุโครงสร้างของบ้านที่ซีคอน โฮมฯได้เตรียมไว้ให้

“โดยกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2562 โดย ซีคอน โฮมฯ จับมือพันธมิตรสำคัญ Grand Home บางนา และ FM 93.5 จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพ “คบเด็กสร้างบ้านกับซีคอนโฮม 2019” ครั้งที่ 4 เอาใจคนมีฝันที่อยากสร้างบ้าน เพราะเราสร้างได้อย่างที่ฝัน (You Dream…We Build) ผู้เข้าร่วมงานจะได้ทราบความลับของการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูป (SCS) ของซีคอน โฮม เติมเต็มความรู้ในการสร้างบ้าน และร่วมฟังบรรยายหลักฮวงจุ้ยสำคัญของห้องครัวและห้องน้ำ ตลอดจนแนวทางการปรับปรุงห้องน้ำแบบง่ายๆ ที่คุณเองก็ทำได้ รวมถึงเตรียมพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ จากซีคอนโฮม และ Grand Home บางนา ปิดท้ายกิจกรรมด้วยมินิคอนเสิร์ตของ ก้อง – สหรัถ สังคปรีชา ณ Grand Home ถนนบางนา – ตราด” นายธาราพล กล่าว