นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนายการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนควบรวม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยขณะนี้แผนดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ชุดใหม่ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากคนร.เห็นชอบแล้วจะเสนอเข้าครม.และดำเนินการไปสู่กระบวนการควบรวม โดยทั้ง 2 บริษัท จะควบรวมเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) แยกหน้าที่และภารกิจอย่างชัดเจน
นายประภาศกล่าวต่อว่า นอกจากนี้เตรียมเสนอแผนการลงทุนรัฐและเอกชน(พีพีพี) เชิงสังคมโครงการแรกคือ โครงการศูนย์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ของกรมการแพทย์ มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท หากเข้าที่ประชุมีพีพีพีแล้วสามารถ กระทรวงสาธารณสุขสามารถเสนอครม.เพื่อดำเนินการต่อไปได้ทันที
นายประภาศกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเสนอรัฐบาลใหม่เร่งด่วนคือ ออกกฎหมายลูกตามพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ และออกกฎหมายลูกตามพ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนหรือพีพีพี โดยมีกฎหมายลูกต้องออกประมาณ 20 ฉบับ โดยเตรียมออกประกาศตามมาตรา 7 ในกฎหมายพีพีพี เกี่ยวกับกิจการที่เกี่ยวข้องจำเป็นในกิจการท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศว่ากิจการลักษณะใดเข้าข่ายพีพีพีหรือไม่ โดยในส่วนของการประมูลดิวตี้ฟรี ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และภูมิภาคของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท.นั้น พิจารณาแล้วไม่เข้าข่ายต้องเข้าพีพีพี
นายประภาศกล่าวว่า ส่วนการเร่งรัดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจนั้น มอบหมายไปแล้วให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน เพื่อให้งบลงทุนรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลเศรษฐกิจในช่วงที่งบประมาณปี 2563 ไม่สามารถเสร็จทันกำหนด โดยที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและนัดประชุมเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจด้วยตนเอง หลังจากนี้คงต้องรอนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะนัดประชุมอีกหรือไม่ เมื่อใด
“ในรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายล่าช้า เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 และของ ทอท.ในโครงการสร้างขยายสนามบินสุวรรณภูมิ สคร.กำชับให้เร่งดำเนินการ และติดปัญหาแก้ปัญหาการเบิกจ่ายทุกเดือน” นายประภาศ กล่าว

